“สุดยอดแนวคิด กำจัดความกังวล “

มนุษย์เรา…มักจะ วิตกกังวล ในการทำสิ่งต่างๆ  หรือเมื่อต้องทำอะไรสักอย่าง  ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเรียน  เรื่องงาน  แม้แต่เรื่องใกล้ตัวคุณก็ตาม  ซึ่งสามารถ ส่งผลเสียกับตัวเรา ได้ทั้งนั้น เช่น  การต้องออกไป นำเสนองานหน้าชั้นเรียน   ทีมีเพื่อนๆ คอยจับจ้องสายตามาที่คุณ  โดยก่อนหน้านั้น  ตัวคุณเองก็ท่อง  จำ  บทมาอย่างดีแล้ว  แต่พอขึ้นไปอยู่บนเวที  กลับทำให้คุณวังวล  เเละ เสียสมาธิ ไปส่ะงั้น  นับต่อจากนี้ไป…คุณไม่ต้องกังวลแล้ว  เพื่อเรามีทางออกดีดีมาฝาก    “สุดยอดแนวคิด  กำจัดความกังวล  ”    ที่จะย้ำเตือนสติเพื่อนๆ  ให้เป็นคนมั่นใจในตนเอง  ไร้ความกังวลอีกด้วยคะ 1. เผชิญหน้ากับความรู้สึก     ความรู้สึก  ใครๆ …

“นิสัยแย่แย่ ที่ทำให้ประสิทธิภาพงานลดลง”

  มนุษย์เรา…พอก้าวสู่สังคม วัยทำงาน   ก็มักที่จะละเลยนิสัยที่ทำเป็นประจำ  โดยไม่ได้คิดว่าจะส่งผลเสียต่อการทำงานหรือไม่    เช็คด่วน     “นิสัยแย่แย่  ที่ทำให้ประสิทธิภาพงานลดลง”    ซึ่งผลที่ได้คือการทำงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน  ลอง พิจารณาตนเอง ดูนะคะ   ว่ามีนิสัยเหล่านี้บ้างหรือเปล่า   ถ้ามีก็ปรับเปลี่ยนตนเองด่วนเลยคับ 1. ชอบเช็คโทรศัพท์บ่อย     ทำให้คุณถูกหันเหความสนใจอยู่บ่อยครั้ง สมาธิที่ควรจะจดจ่อกับงานก็ถูกขัดจังหวะลงเพียงเพราะว่าคุณยกโทรศัพท์ขึ้นมาเช็ค คนส่วนมากมักจะไม่รู้ตัวว่า เวลาที่พวกเขาเช็คโทรศัพท์ มันคือการหลีกเลี่ยงที่จะคิดงาน   เพราะฉะนั้นพอเจอเรื่องยากเข้าหน่อยก็เช็คโทรศัพท์ซะเลย  ลองหักห้ามใจสักหน่อย อย่าเช็คโทรศัพท์บ่อยเกินไป ในนั้นมันอาจจะไม่มีอะไรใหม่เลย ถึงแม้ว่าจะมี แต่เราก็ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ 2. เป็นผู้ฟังที่แย่     มีผู้ฟังอยู่สองประเภท …

” หมดเวลา อ่อนแอ “

ชีวิตเรา… ไม่มีอะไรแน่นอน ไปหมดเสียทุกอย่างหรอกคะ  สิ่งที่ต้องพบเจอ  โดยที่เราไม่รู้  หรือไม่ได้คาดคิดมาก่อน  ความพ่ายแพ้  / ความเสียใจ  /  ความผิดหวัง  สิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากจิตใจ  และความคิด  ซึ่งมันจะนำพาเราไปสู่ (ความอ่อนแอนั้นเอง)  วันนี้เราจึงนำ ข้อคิด ดีดีมาฝากเพื่อนๆทุกคน   ” หมดเวลา  อ่อนแอ ”   ฉะนั้นแล้ว  ถ้าตัวเราเอง ยังไม่สามารถ ควบคุมสมอง ได้  ก็จงลุกขึ้นสู้  เป็นคน เข้มแข็ง ให้ได้  สะบัดความ อ่อนแอ ทิ้งไปส้ะ  !!! 1.รู้จักจุดแข็ง และจุดอ่อนของตัวเอง    หากรู้จุดอ่อน และจุดแข็งของตัวเอง ก็สามารถปรับเปลี่ยนความรู้สึก ให้ดีขึ้นได้ ลองดู จุดอ่อน ที่คุณอยากนำมาเป็น …

อินดีม ผลิตภัณฑ์ INDEEM Product งานออนไลน์ 2019

☆อินดีม ผลิตภัณฑ์ INDEEM Product☆   อินดีม รีวิว สินค้า  INDEEM REVIEWS INDEEM (อินดีม) เป็นธุรกิจเครือข่าย 2018 ขายตรงมาแรง 2562 เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ถือได้ว่า indeem group อินดีม กรุ๊ป เป็นธุรกิจเครือข่ายมาแรงในปี 2019 สมาชิกไม่ต้องขายสินค้า เพียงซื้อกินซื้อใช้แล้วบอกต่อ …

สุดยอดแนวคิด กระตุ้นให้เป็นคนขยัน

ชีวิต มนุษย์เงินเดือน   หรือ วัยทำงาน อย่างเราเรา  ก็ต้องมีบ้าง  สำหรับความคิดที่ว่า เหน็ดเหนื่อย กับงาน    เบื่อ ง่าย    เบื่อ คนรอบข้าง  แต่ก็ต้องทำ !!  เพื่อความอยู่รอดนั้นเอง   แต่วันนี้  เรามีวิธีเด็ดมาช่วยให้เพื่อนๆ  สบัดความคิดเช่นนั้นออกไปส่ะ…ขอเสนอบทความ   ” สุดยอดแนวคิด กระตุ้นให้เป็นคนขยัน ”  ให้เรากลับมามี ชีวิตชีวา ในการ ขยันทำงาน อีกครั้ง  แต่ก็ต้องใช้เวลาสักนิด  แน่ก็ไม่ได้นานเกินไป   รับรองได้ว่าผลที่ได้ออกมา  จะคุ้มค่าแน่นอน  ตามไปอ่านกันเลยคับ >< 1.) เริ่มด้วยการพักผ่อนให้เป็น      คนเราไม่สามารถหักโหมทำงาน ได้ตลอดเวลา ถ้าอยากเป็นคนขยัน เราต้องพักผ่อนให้เป็นค่ะ เริ่มด้วยถ้าเหนื่อย …

indeem image3

ทำไมต้องรีบทำ INDEEM ธุรกิจเครือข่ายมาแรง งานออนไลน์ 2019

(( INDEEM อินดีม )) ธุรกิจออนไลน์รูปแบบใหม่ธุรกิจปลดหนี้  ธุรกิจเครือข่ายมาแรง ที่ดีที่สุด ได้เงินจริง 1,000%!! ☆เผยเคล็ดลับ!! วิธีทำเงิน 5เดือน3ล้านบาท! ธุรกิจออนไลน์รับรายได้ 7ช่องทาง เริ่มต้นที่ 5,200-40,000 บ./วันเอามั้ย?   ☆INDEEM ​สำเร็จไปด้วยกันกับครอบครัวอินดีม ธุรกิจเครือข่ายที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ อยากปลดหนี้ มีรายได้เสริม ​เพิ่มเงินในกระเป๋า ​ เริ่มทำธุรกิจกับเราที่อินดีม ☆​INDEEM (อินดีม)☆ เป็นธุรกิจเครือข่าย ผู้บริโภคเปิด เปิดใหม่ล่าสุด 2018 เพิ่งเปิดตัว เมื่อวันที่ …

ขายตัวเองให้ปัง…ตังค์มาเอง

ขายตัวเองให้ปัง…ตังค์มาเอง “ถ้าคุณอยากขายดีจงขายตัวเองก่อนที่จะเริ่มขายสินค้า”  เรื่องนี้สำคัญมากๆนะครับถ้าคุณเป็นนักขายแบบB2B(Business-to-Business)คุณจำเป็นต้อง”ขายตัวเอง”ให้ออกตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เจอหน้าลูกค้าสิ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณก็คือสมการนี้ครับ ….การขายตัวเอง=การเพิ่มความน่าเชื่อถือ…. ซึ่งสิ่งนั้นในฐานะนักขายเป็นสิ่งที่คุณต้องสร้างขึ้นมาเองและมีคุณเท่านั้นที่จะทำให้ลูกค้าไว้วางใจและซื้อสินค้าจากคุณยิ่งคุณขายตัวเองจนลูกค้าไว้ใจเชื่อถือคุณชอบคุณมากขึ้นเท่าไหร่คุณยิ่งมีโอกาสปิดการขายและได้เงินจากลูกค้ามากขึ้นเท่านั้นครับ ในเมื่อมีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการขายตัวเองเบื้องต้นกันแล้วทีนี้ลองมาดูวิธีการขายตัวเองที่ดีกันนะครับ 1)พูดเก่งไม่ได้หมายความว่าขายตัวเองเก่ง การขายตัวเองไม่จำเป็นต้องเป็นคนพูดเก่ง(ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับคนที่พูดไม่เก่ง)คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนกะล่อนคารมดีมีมุกตลกเยอะคุยเรื่องข่าวสารดินฟ้าอากาศฯลฯกับลูกค้าได้ผมจะบอกว่ามันไม่จำเป็นเลยครับยิ่งคุณพูดนอกเรื่องกับลูกค้ามากเท่าไหร่คุณยิ่งถอยห่างการปิดการขายมากขึ้นเท่านั้นแถมยังหลงประเด็น เพราะจริงๆแล้วคุณนั่นแหละที่คิดไปเองว่าการคุยเก่งกับลูกค้ารู้ทุกเรื่องเป็นการขายตัวเองที่ดีและลูกค้าต้องชอบแน่ๆความจริงก็คือลูกค้าจะจัดคุณอยู่ในหมวดเซลล์ขี้โม้อาจจะมีโอกาสซื้อคุณบ้างแต่ก็ไม่แน่เสมอไปถ้าสินค้าไม่ตอบโจทย์จริง 2)จงเป็นนักฟังและถามคำถามที่ดี อย่างที่บอกครับว่าต่อให้คุณพูดเก่งคุยเก่งแต่ไม่ฟังและไม่เคยถามลูกค้าก็ไม่มีประโยชน์ลองกลับไปเช็คตัวเองกันนะครับว่าเวลาโทรไปคุยกับเพื่อนสนิทคุณหรือเพื่อนใครเป็นคนที่คุยมากกว่ากันถ้าคุณคุยมากกว่ามีอะไรก็เล่าให้ฟังหมดเวลาเพื่อนพูดบ้างคุณก็คันปากอยากจะพูดแทรกคุณอาจจะคิดว่าเพื่อนคุณไม่ได้คิดอะไรแต่ความจริงก็คือเพื่อนคุณอาจจะรำคาญได้ครับเพียงแต่ไม่พูดเฉยๆ จงระวังเรื่องนี้กับลูกค้าให้มากๆนะครับโดยเฉพาะอาการคันปากอยากแทรกลูกค้าทันที(เข้าใจครับผมก็เป็น)สิ่งที่คุณควรทำคือฟังลูกค้าพูดให้จบทุกครั้งพร้อมกับถามคำถามที่ต่อเนื่องจากสิ่งที่ลูกค้าพูดเช่นถ้าลูกค้าเล่าว่าระบบแอร์ฯที่ใช้อยู่เป็นแบบทองแดงธรรมดาคุณอาจจะถามแบบต่อเนื่องว่าค่าไฟเท่าไหร่เพราะคุณกำลังรอให้เค้าตอบเพื่อเสนอสิ่งที่ดีกว่าคือระบบInverterซึ่งประหยัดค่าไฟกว่าอย่างนี้คือการถามเพื่อหาความต้องการของลูกค้าและเป็นการถามอย่างฉลาดครับคุณขายตัวเองเรื่องนี้ได้แล้ว 3)อยู่เฉยๆก็ขายตัวเองได้ด้วยการแต่งกายที่ดี FirstImpressionก็ยังคงเป็นคำที่ทรงพลังอยู่เสมอเหมือนกับเวลาที่คุณไปเที่ยวผับหรือไปพารากอนแล้วเจอผู้หญิงแต่งตัวดีเซ็กซี่สวยๆเชื่อเถอะว่าเผลอๆคุณนั่นแหละที่อยากพุ่งเข้าไปชนแก้วหรือขอเบอร์เลย(ฮา) การแต่งตัวที่ดีเป็นเรื่องง่ายๆในการเพิ่มความน่าเชื่อถือคุณต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอตั้งแต่หัวจรดเท้ามีกาละเทศะเมื่อเข้าไปพบลูกค้าคุณจะได้รับเกียรติจากลูกค้าตั้งแต่แรกพบโดยที่ยังไม่ทันพูดแนะนำตัวเลยล่ะครับไม่เชื่อลองดูพนักงานขายรถเบนซ์หรือบีเอ็มนะครับพวกเขาจะแต่งตัวดีมากพูดจาดีให้เกียรติคุณจนบางทีคุณเองต้องเป็นฝ่ายเกรงใจและมีโอกาสซื้อสูงมาก(ถ้ามีตังค์นะ) 4)ความเป็นมืออาชีพคือการขายตัวเองที่ดีที่สุด สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการพูดก็คือการกระทำครับคุณควรมีความเป็นมืออาชีพสูงตั้งแต่การตรงต่อเวลาตามงานดีมีวินัยการทำงานตอบสนองด้วยความเร็วการรับปากลูกค้าและมีลายลักษณ์อักษรการขายสินค้าในราคาที่ยุติธรรมการแก้ไขปัญหาหลังการขายการดูแลลูกค้าหลังการขายเป็นต้นสิ่งเหล่านี้คุณต้องทำให้เร็วและลงมือทำทันทีเพียงเท่านี้คุณก็จะถูกยกระดับเป็นนักขายมืออาชีพที่ไว้ใจได้ จงทำสิ่งเหล่านี้ให้ดีเพราะนี่แหละครับที่ผมกำลังจะบอกทุกคนว่าเป็นวิธีขายตัวเองที่ดีที่สุดในการได้ความน่าเชื่อถือของลูกค้าถ้าคุณทำได้ไม่ว่าคุณจะขายอย่างอื่นหรือย้ายบริษัทลูกค้าก็จะตามคุณไปต่อให้คุณขายสินค้าของคู่แข่งลูกค้าก็ยินดีที่จะซื้อคุณอยู่ดีครับเพราะเขาไว้ใจคุณไม่ใช่เพราะคุณโม้เก่งใดๆทั้งสิ้น 5)SocialProofก็ขายตัวเองได้เหมือนกันนะ SocialProofแปลตรงๆก็คือพิสูจน์กับสังคมมาแล้วในชีวิตจริงเรื่องนี้มีผลมากทีเดียวตัวอย่างง่ายๆเช่นสมัยเรียนมหาลัยคุณเคยมีเพื่อนที่ป๊อปในหมู่สาวๆมั้ยครับบางทีหน้าตาไม่เท่าไหร่แต่มีแต่สาวสวยๆระดับพริตตี้มาเป็นแฟนผู้หญิงเค้าจะมีเซนส์นะครับว่าถ้าผู้ชายคนไหนมีแฟนสวยแสดงว่าผู้ชายคนนั้นน่าจะมีของน่าสนใจยิ่งถ้าหนุ่มคนนั้นเจ้าชู้นิดๆก็มักจะมีแนวโน้มว่ามีผู้หญิงอยากเข้ามาเล่นกับไฟมากขึ้นพวกเค้าจะป๊อปมากๆเพราะมีSocialProofแล้ว ในเชิงธุรกิจคุณสามารถใช้เรื่องนี้ได้แถมดูเป็นมืออาชีพไม่ขี้โม้ด้วยการใช้SocialProofในส่วนของผลงานที่สำเร็จกับธุรกิจที่ใกล้เคียงกับลูกค้า(พูดง่ายๆก็คือพอร์ท)ยิ่งถ้าเป็นคู่แข่งโดยตรงก็ยิ่งดีลูกค้าจะรู้สึกว่าสังคมพิสูจน์แล้วว่าสินค้าเราดีจริงยิ่งถ้าตัวเค้าเองใช้ช้ายิ่งเสียผลประโยชน์ตามไม่ทันคู่แข่งหรือเจ้าอื่นๆมากขึ้นเท่านั้นเป็นตัวกระตุ้นการซื้อชั้นดีเลยล่ะครับแถมยังหล่ออีกด้วยถ้าSuccessStoryของคุณเจ๋งพอ! เห็นมั้ยละครับว่าการขายตัวเองนั้นไม่ยากเลยหัวใจสำคัญของมันจริงๆก็คือการฟังและการถามคำถามที่ดีความเป็นมืออาชีพการแต่งกายและบุคลิกที่ดีกับสิ่งที่คุณทำสำเร็จและเล่าให้ลูกค้าเชื่อถือได้ครับไม่ว่าคุณจะขายอะไรลูกค้ายินดีที่จะซื้อคุณตลอดไปเลยล่ะ ขอขอบคุณที่มา:www.sales100million.com

1 ไร่ 1 แสนแนวคิดดีๆ จากความพอเพียง

1ไร่1แสนแนวคิดดีๆจากความพอเพียง การทำเกษตรที่ปลูกพืชอย่างเดียวเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดทำให้เมื่อผลผลิตราคาตกรายได้ของเกษตรกรก็หายไปและการต้องต่อสู้กับระบบทุนนิยมถูกเอารัดเอาเปรียบด้วยการผูกขาดหรือกึ่งผูกขาดของนายทุน     แต่ด้วยความโชคดีของคนไทยที่ได้ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นด้วยการทำเกษตรแบบผสมผสานจนตอนนี้เกิดเป็นแนวคิดใหม่ภายใต้กรอบทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงคือ1ไร่1แสน  1ไร่1แสนคือการวางแผนว่าใน1ไร่นั้นจะปลูกและเลี้ยงอะไรบ้างใช้รูปแบบเกษตรแบบผสมผสานแบ่งเป็น3แบบคือ   1.รายได้รายวันต้องเป็นพืชผักหรือสัตว์ที่มีผลผลิตให้สามารถเก็บรายวันได้ 2.รายได้รายเดือนควรปลูกไม้ยืนต้นหรือผักที่ให้ผลิตเป็นรายเดือนเช่นเลี้ยงปลาดุกกบปลานิลเป็นต้น 3.รายได้รายปีเช่นข้าวมันที่ต้องใช้ระยะเวลารายปีหรือการปลูกผลไม้ตามฤดูกาล เมื่อจัดการเลือกพืชหรือสัตว์ที่จะเลี้ยงได้แล้วสิ่งสำคัญต่อมาก็คือแหล่งน้ำหาแหล่งขุดบ่อน้ำเพื่อไปเลี้ยงผลผลิตควรจัดการให้ขนาดพอดีกับความต้องการ “การเกษตรแบบพอเพียงจะไม่ก่อหนี้ก่อสินให้กับตัวเกษตรกร”   ด้วยแบบแผนข้างต้นจะทำให้ตลอดปีเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดปีผลัดเปลี่ยนกันตามฤดูกาลไม่มีอดเพราะการทำเกษตรรูปแบบนี้ระบบนิเวศจะเอื้อต่อกันสามารถประหยัดต้นทุนไปได้หลายอย่างเช่นเป็ดจะช่วยกำจัดหอยเชอร์รี่ที่เป็นศัตรูพืชโดยตรงของต้นข้าวแถมเมื่อเป็ดถ่ายก็จะกลายเป็นปุ๋ยให้กับต้นข้าวด้วยเช่นกัน เกษตรแบบพึ่งพาตนเองจะช่วยยกระดับชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นพึ่งพาตนเองได้ก็ย่อมหลีกเลี่ยงการถูกกดขี่การสีข้าวเองก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยประหยัดต้นทุนต่างๆลดความกังวลเมื่อข้าวราคาตกเพราะในพื้นที่1ไร่ของเรานั้นก็ยังมีผลผลิตอื่นมาช่วยไม่ต้องกังวลว่าในปีนั้นๆจะไม่มีรายได้ ขอขอบคุณที่มา:www.clpe.co.th

18 คำถามที่ใช้สร้างแรงบันดาลใจ..สู่ความสำเร็จ

ความสำเร็จ..เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจอะไรบางอย่างแต่หลายคนไม่มีแรงบันดาลใจไม่มีอะไรกระตุ้น/ฉุดให้ลุกขึ้นมาวิ่ง ลองถาม 18คำถามนี้กับตัวเองอาจจะเกิดแรงบันดาลใจอะไรบางอย่างขึ้นมาก็ได้นะครับ 1.คุณมีความเชื่ออะไรผิดๆที่ฉุดรั้งความเจริญรุ่งของคุณอยู่หรือเปล่า? – ผมรู้ว่าตอบยากถ้ารู้คงตาสว่างไปนานแล้วแต่เคล็ดลับในการตอบคำถามนี้ก็คือ..ลองนึกถึงเหตุการณ์ที่เราคิดอยากจะทำอะไรดีๆแล้วเราไม่ได้ทำ ไม่แม้แต่จะเริ่มต้นแล้วนึกต่อว่าเราคิดว่ามันมีอุปสรรคอะไรเหรอ..ที่ทำให้เราล้มเลิกความคิดที่จะทำสิ่งนั้น 2.งานอดิเรกของคุณคืออะไร? – งานอดิเรกคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างถ้าตอบข้อนี้ได้คุณก็ค้นพบสิ่งที่ชอบแล้วและการทำอะไรที่เราชอบ..ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงจริงไหม? 3.คุณมีพรสวรรค์ในเรื่องไหนบ้าง? – อันนี้มันยิ่งกว่างานอดิเรกอีกนะเพราะมันไม่ใช่ความเก่งอย่างเดียวแต่เป็นความเก่งที่คนอื่นไม่มีเหมือนเราด้วยถ้าตัวเองตอบไม่ได้ก็ลองถามคนอื่นดูเราอาจค้นพบ“ทรัพย์สินในตน”ที่ไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ 4.ทำงานกับใครแล้วมีความสุข? – ทำอะไรแล้วมีความสุข..ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงแล้วอย่าหยุดคิดแค่ว่า“ใคร”แต่หาคุณสมบัติของคนนั้นให้เจอเพราะเราสามารถหา“คนอื่นได้อีก”ที่มีคุณสมบัติอย่างนั้นและนั่นแหละ“ทีมงานของคุณ” 5.คุณชอบทำงานที่ไหน? – หมายถึง“สภาพแวดล้อมแบบไหน”นั่นจะทำให้งานของคุณมีประสิทธิภาพผมเห็นมาหลายแบบบางคนชอบอยู่เงียบๆคนเดียวบางคนชอบทำเป็นกลุ่ม/แลกเปลี่ยนความคิดและเล่าความก้าวหน้าของงานของแต่ละคนอยู่ตลอดเวลา 6.คุณมีไฟปราถนาในเรื่องอะไร? – เห็นอะไร/ทำอะไรแล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกบางคนชอบเที่ยวบางคนชอบสอนบางคนชอบแข่งขันเรื่องอย่างนี้ถ้าไม่ถูกบังคับให้ถามตัวเองก็คงไม่เคยตอบแต่ถ้าตอบได้..ก็น่าจะเริ่มเห็นแนวทางแล้วใช่ไหมครับ 7.แล้วจะเปลี่ยนไฟปราถนานั่นเป็น“การกระทำ”ได้ยังไง? – เคยถามตัวเองไหมคำแนะนำคือ..เริ่มต้นด้วยการทำ‘งานอดิเรก’ที่เกี่ยวข้องกับไฟปราถนานั่นแล้วค่อยๆเปลี่ยนมันเป็น‘งานหลัก’ในระยะยาว 8.อะไรที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณ? – ท่องเที่ยว/หนังสือ/พูดคุยกับบางคน/ออกไปทำกิจกรรมสังคม/ปาร์ตี้คนเราต้องเคยกันบ้างแหละที่เกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆขึ้นมาเสมอเวลาที่ได้..จุดจุดจุดลองหาpatternดูแล้วพาตัวเองไป..จุดจุดจุด..บ่อยๆ 9.คุณมีวิธีเติมไฟให้ตัวเองอย่างไร? – เชื่อสิคนเรามักต้องหาวิธีบางอย่างอยู่เสมอ..เพื่อมากระตุ้นตัวเองให้ทำงานแต่ละชิ้นให้สำเร็จลองนึกดูดีๆแล้วจะได้ใช้มันบ่อยๆ 10.คุณหลับฝันว่าอะไร? – จริงนะ..ผมหมายถึงความฝันตอนที่นอนหลับน่ะตื่นมาแล้วรีบจดๆไว้ก่อนจดไว้เรื่อยๆทำไมเหรอครับ..เพราะว่าในหลายๆครั้งสิ่งที่คุณฝันคือความคิดที่อยู่ในจิตใต้สำนึกที่เวลาปรกติแล้วเราจะไม่นึก/นึกไม่ออกและบางครั้งความคิดที่อยู่ในจิตใต้สำนีกจะชี้นำให้เราเกิดแรงบันดาลใจอะไรบางอย่างได้ 11.คุณเคยเอาชนะอุปสรรคอะไรมาบ้าง? – โดยเฉพาะอุปสรรคครั้งสำคัญมันต้องเคยกันบ้างแหละถ้าเรานึกย้อนกลับไปมันเป็นกำลังใจให้เราเป็นอย่างดีเราจะไม่กลัวอุปสรรคข้างหน้า 12.เวลามีใครพูดไม่ดีเกี่ยวกับคุณคุณตอบสนองยังไง? – คุณเลือกได้ว่าจะรู้สึกไม่ดีหรือไม่สนเสร็จแน่..ถ้าคุณปล่อยให้คำพูดของคนอื่นมากำหนดความคิดของคุณกลับกัน..ความคิดและการกระทำของคุณเท่านั้นที่กำหนดปลายทางของตัวคุณเอง 13.ที่คุณเป็นอยู่ทุกวันนี้..เพื่ออะไร? – เป็นคำถามที่ลึกและตอบยากแต่ถ้าคุณตอบได้แสดงว่าคุณมีเป้าประสงค์อะไรบางอย่างครอบครัว/พ่อแม่/คนพิการ/เด็กกำพร้า/สังคมและนั่นแหละเป็นแรงบันดาลใจให้คุณทำต่อไป 14.คุณชื่นชอบใครเป็นพิเศษ? – คนเหล่านั้นเขาก็มี‘แรงบันดาลใจ’ของเขาเองและคุณก็อาจค้นพบแรงบันดาลใจของคุณเองได้จากคนที่คุณชื่นชอบเช่นกัน 15.จุดอ่อนของคุณคืออะไร? – ไม่มีใครเพียบพร้อมสมบูรณ์ทุกสิ่งถ้าคุณรู้จุดอ่อนคุณก็จะรู้ว่าต้องปรับปรุงเรื่องอะไรเริ่มจากตรงนั้นเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ชีวิตคุณดีขึ้น 16.เป้าหมายของคุณคืออะไร? – ผมพูดมาหลายครั้งแล้วว่าคนเราต้องมีเป้าหมายถ้าไม่มีเป้าหมายก็ไม่มีการกระทำวันๆคงนั่งดูทีวีขึ้นอืดอยู่กับบ้าน 17.ถ้ามีเป้าหมายแล้วจะทำยังไงให้สำเร็จ? – ถ้าไม่วางแผนก็คงไม่มีการลงมือทำถ้าไม่ลงมือทำเป้าหมายก็คงเป็นเป้าที่อยู่ไกลๆต่อไป 18.มีอะไรที่คุณรู้สึกว่าต้อง“ขอบคุณ”? – เป็นคำถามที่แปลกแต่เพราะทุกคนไม่เคยนึกผมก็เลยต้องเขียนการที่เราพยายาม‘ค้นหา’ว่ามีอะไรที่เราควรรู้สึกขอบคุณ(พ่อแม่/สังคม/ดิน/ฟ้า/อากาศ)จะทำให้เรารู้สึกดีกับชีวิตและตนเองรู้สึกว่าเรามีวันนี้ได้เพราะ…หลายอย่างรู้สึกว่าเราต้องตอบแทนรู้สึกว่าเราต้องทำเพื่อคนอื่นบ้างบางครั้งสิ่งนี้ทำให้เรามีแรงบันดาลใจอะไรบางอย่างขึ้นมา(อย่าลืมโจทย์นะครับ..เรากำลังพูดถึงวิธีหาแรงบันดาลใจ) แด่ความสำเร็จของคุณ ธนกร–ผู้ก่อตั้งตลาดปัญญา

10 อาชีพเสริมหลังเลิกงานประจำ ที่น่าสนใจทําอะไรดี งานฝีมือ หรือขายสินค้า

  ขายของตลาดนัด เป็นอาชีพเสริมยอดฮิตของคนเริ่มต้นหารายได้เสริม ข้อดีคือมันเป็นอะไรที่เห็นภาพชัดเจนและที่สำคัญอาชีพค้าขายเห็นเงินเร็วค่ะหากอยากจะขายของควรมีเวลาว่าง3-4ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยถ้าเวลาน้อยกว่านี้ก็คงเตรียมและขายไม่ทันแล้วแหละ ทำงานParttime อันนี้จะต้องมีเวลาว่างที่สม่ำเสมอถึงแม้จะเลือกเวลาทำงานได้แต่ชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์จะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของบริษัท(บางบริษัทกำหนดขั้นต่ำ20ชั่วโมงต่อสัปดาห์เป็นต้น)  ซึ่งแต่ละบริษัทก็มีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปค่ะ  ข้อดีคือเหมาะกับนักเรียนนักศึกษาเพราะมีเวลาว่างที่กำหนดได้วันไหนไม่มีเรียนก็มาทำงานparttimeได้ รับซ่อมแซมเสื้อผ้า หรือถ้าใครมีจักรเย็บผ้าด้วยยิ่งดีสามารถรับปะ,ซ่อมแซม,แก้ทรงได้สบายอาชีพนี้ต้องอาศัยฝีมือสักหน่อย  ถ้าฝีมือยังไม่ถึงขั้นแต่มีใจรักก็สามารถทำได้ไม่ยากใช้ทักษะจากที่เคยเรียนวิชางานบ้านตอนเด็กๆและเรียนรู้เพิ่มเติมเอาจากYouTube ข้อดีคือพอเลิกงานเราก็ไม่ต้องเสียเวลาไปทำงานparttimeหรือขายของนอกบ้าน  รีบกลับเข้าบ้านแล้วนั่งซ่อมเสื้อผ้าได้พักที่ห้องสบายใจแถมมีรายได้เข้ากระเป๋าด้วย รับจ้างรีดเสื้อผ้า การหาลูกค้าก็จากละแวกบ้านหรือจากหอพักนั่นเองค่ะทำโบรชัวร์ไปติดประกาศในลิฟต์ของหอ“เตารีด”อาจจะมีกันทุกบ้านแต่ที่อาชีพนี้น่าสนใจเพราะหลายคนไม่มีแม้แต่“เวลา”จะรีดผ้า  ข้อดีคือไม่ต้องใช้พรสวรรค์เหมือนงานรับซ่อมเสื้อผ้าแต่การรีดเสื้อผ้าใครๆก็ทำได้แถมอุปกรณ์เตารีดก็ไม่ต้องลงทุนซื้อใหม่ด้วย รับพิมพ์งาน ต้นฉบับอาจจะเป็นPDFผู้ว่าจ้างจึงต้องการให้พิมพ์งานลงในMicrosoft  word  ข้อดีคือไม่ต้องลงทุนและไม่เสี่ยงขาดทุนใครที่มีความสามารถในการพิมพ์ดีดอย่ารอช้านะคะ ทำงานฝีมือ สำหรับใครที่ชอบเย็บปักถักร้อยชอบประดิษฐ์ของใช้น่ารักๆลองหัดทำงานฝีมือแล้วลงขายในInternetดูนะคะเริ่มต้นจากจุดเล็กๆที่เราชอบในช่วงเริ่มต้นอาจจะได้กำไรไม่เยอะแต่ยังไงก็ยังมีข้อดีคือเราได้รับความสุขเต็มๆตั้งแต่เริ่มทำแล้วแหละค่ะหลังจากนั้นเงินจะตามมาเอง เป็นตัวแทนขายสินค้าonline เป็นตัวแทนขายเสื้อผ้าแฟชั่นหรือของที่ฮิตตามกระแส ข้อดีคือไม่ต้องสต๊อกสินค้าเองแค่ขยันโพสต์อัพรูปบ่อยๆก็หาเงินได้ไม่ยาก ขายของกิน หลังเลิกงานอยากมีรายได้เสริมทำของกินง่ายๆขายอาจจะขายหน้าบ้านที่เป็นชุมชนหรือตลาดบริเวณใกล้เคียงที่พักถามว่าขายอะไรดีเรามีแนวทางเช่นขายยำวุ้นเส้นยำมาม่ายำรวมมิตรยำมะม่วงลูกชิ้นทอดลูกชิ้นย่างเป็นต้นทำได้ง่ายๆวัถุดิบไม่เยอะลงทุนน้อยและกำไรงามแน่นอน ปลูกผักขาย วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นที่ใช้สอยบริเวณบ้านหรือมีที่ว่างเป็นการหารายได้เสริมที่ดีเลยทีเดียวเพราะปลูกผักจะใช้เวลาแค่รดน้ำเช้าก่อนไปทำงานและช่วงค่ำหลังเลิกงานวันหยุดห็เก็บผักขายสร้างกำไรงามๆให้กับเรา รับสอนพิเศษ เหมาะสำหรับคนที่มีความสามารถอาจจะด้านใดด้านหนึ่งเช่นสอนคณิตศาสตร์สอนภาษาสอนดนตรีและอื่นๆตามความสามารถของเราอาจจะเริ่มจากสอนเด็กๆตามกำลังที่เราพอทำได้