Month: January 2019

“สุดยอดแนวคิด กำจัดความกังวล “

มนุษย์เรา…มักจะ วิตกกังวล ในการทำสิ่งต่างๆ  หรือเมื่อต้องทำอะไรสักอย่าง  ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเรียน  เรื่องงาน  แม้แต่เรื่องใกล้ตัวคุณก็ตาม  ซึ่งสามารถ ส่งผลเสียกับตัวเรา ได้ทั้งนั้น เช่น  การต้องออกไป นำเสนองานหน้าชั้นเรียน   ทีมีเพื่อนๆ คอยจับจ้องสายตามาที่คุณ  โดยก่อนหน้านั้น  ตัวคุณเองก็ท่อง  จำ  บทมาอย่างดีแล้ว  แต่พอขึ้นไปอยู่บนเวที  กลับทำให้คุณวังวล  เเละ เสียสมาธิ ไปส่ะงั้น  นับต่อจากนี้ไป…คุณไม่ต้องกังวลแล้ว  เพื่อเรามีทางออกดีดีมาฝาก    “สุดยอดแนวคิด  กำจัดความกังวล  ”    ที่จะย้ำเตือนสติเพื่อนๆ  ให้เป็นคนมั่นใจในตนเอง  ไร้ความกังวลอีกด้วยคะ 1. เผชิญหน้ากับความรู้สึก     ความรู้สึก  ใครๆ ก็ต้องเคยแสดงออกมาทั้งนั้น  เช่น  รู้สึกกลัว  รู้สึกอาย ซึ่งใคร ๆ ก็ต้องเคย   คุณลองตั้งสติและเผชิญหน้ากับความรู้สึกเหล่านี้ดู  เราเชื่อว่าคุณจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเดิมคะ 2. เชื่อในศักยภาพ     ใครที่พยายามหลีกเลี่ยงงานหรือสถานการณ์ที่คุณมักรู้สึกว่า มันไม่เหมาะกับคุณ  หยุดคิดแบบนี้เถอะคะ !!!  เพราะการกลัวสื่งที่ไม่รู้ มันจะทำให้คุณไม่รู้ไปตลอด ฉะนั้น  เพียงคุณเชื่อในศักยภาพของตัวเอง  คุณก็จะได้รับประสบการณ์เพิ่มขึ้นด้วยนะคะ 4.จัดลำดับความสำคัญ    เพื่อนๆ …

“สุดยอดแนวคิด กำจัดความกังวล “ Read More »

“นิสัยแย่แย่ ที่ทำให้ประสิทธิภาพงานลดลง”

  มนุษย์เรา…พอก้าวสู่สังคม วัยทำงาน   ก็มักที่จะละเลยนิสัยที่ทำเป็นประจำ  โดยไม่ได้คิดว่าจะส่งผลเสียต่อการทำงานหรือไม่    เช็คด่วน     “นิสัยแย่แย่  ที่ทำให้ประสิทธิภาพงานลดลง”    ซึ่งผลที่ได้คือการทำงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน  ลอง พิจารณาตนเอง ดูนะคะ   ว่ามีนิสัยเหล่านี้บ้างหรือเปล่า   ถ้ามีก็ปรับเปลี่ยนตนเองด่วนเลยคับ 1. ชอบเช็คโทรศัพท์บ่อย     ทำให้คุณถูกหันเหความสนใจอยู่บ่อยครั้ง สมาธิที่ควรจะจดจ่อกับงานก็ถูกขัดจังหวะลงเพียงเพราะว่าคุณยกโทรศัพท์ขึ้นมาเช็ค คนส่วนมากมักจะไม่รู้ตัวว่า เวลาที่พวกเขาเช็คโทรศัพท์ มันคือการหลีกเลี่ยงที่จะคิดงาน   เพราะฉะนั้นพอเจอเรื่องยากเข้าหน่อยก็เช็คโทรศัพท์ซะเลย  ลองหักห้ามใจสักหน่อย อย่าเช็คโทรศัพท์บ่อยเกินไป ในนั้นมันอาจจะไม่มีอะไรใหม่เลย ถึงแม้ว่าจะมี แต่เราก็ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ 2. เป็นผู้ฟังที่แย่     มีผู้ฟังอยู่สองประเภท ประเภทแรกคือคนที่มานั่งเงียบๆ อยู่ตรงข้ามคุณ และฟังทุกคำที่คุณพูดอย่างตั้งใจ เขาเชื่อมต่อกับบทสนทนา  และกระตือรือร้นที่จะทำความเข้าใจความคิดของคุณ  ประเภทที่สองคือคนที่มานั่งเงียบๆ อยู่ตรงข้ามกับคุณ แต่ไม่ได้ฟังสิ่งที่คุณพูดเลย เขามัวแต่วนอยู่กับความคิดในหัวตัวเอง คิดถึงเรื่องอื่นๆ เหมือนกับไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้น อย่าเป็นคนแบบที่สอง การฟังคือศิลปะ การฟังที่ดีคือการทำให้สมองปลอดโปร่งพร้อมจะรับข้อมูลใหม่ๆ การเป็นผู้ฟังที่ดีนั้น จะทำให้การทำงานของคุณราบรื่นขึ้นมาก เพราะคุณจะได้ไม่ต้องพูดว่า “คุณพูดว่าอะไรนะ เมื่อกี้ผมใจลอยไปหน่อย” 3. ทำหลายอย่างพร้อมกัน     จะทำให้เราไม่สามารถจดจ่อกับงานได้เลย คนที่มีนิสัยแบบนี้มักจะขาดสมาธิกับงาน …

“นิสัยแย่แย่ ที่ทำให้ประสิทธิภาพงานลดลง” Read More »

” หมดเวลา อ่อนแอ “

ชีวิตเรา… ไม่มีอะไรแน่นอน ไปหมดเสียทุกอย่างหรอกคะ  สิ่งที่ต้องพบเจอ  โดยที่เราไม่รู้  หรือไม่ได้คาดคิดมาก่อน  ความพ่ายแพ้  / ความเสียใจ  /  ความผิดหวัง  สิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากจิตใจ  และความคิด  ซึ่งมันจะนำพาเราไปสู่ (ความอ่อนแอนั้นเอง)  วันนี้เราจึงนำ ข้อคิด ดีดีมาฝากเพื่อนๆทุกคน   ” หมดเวลา  อ่อนแอ ”   ฉะนั้นแล้ว  ถ้าตัวเราเอง ยังไม่สามารถ ควบคุมสมอง ได้  ก็จงลุกขึ้นสู้  เป็นคน เข้มแข็ง ให้ได้  สะบัดความ อ่อนแอ ทิ้งไปส้ะ  !!! 1.รู้จักจุดแข็ง และจุดอ่อนของตัวเอง    หากรู้จุดอ่อน และจุดแข็งของตัวเอง ก็สามารถปรับเปลี่ยนความรู้สึก ให้ดีขึ้นได้ ลองดู จุดอ่อน ที่คุณอยากนำมาเป็น เป้าหมาย ในการพัฒนาให้สำเร็จ  บางครั้งสิ่งที่ขัดขวาง ความก้าวหน้า ก็อยู่แค่เส้นผมบังภูเขาในจิตใจ 2.จัดการความคิดเชิงลบ ด้วยการรู้ทันและท้าทายมัน    รู้เท่าทันความคิด ก่อนพัฒนาไปเป็นความรู้สึก โดยเฉพาะ ความคิดด้านลบ อาจจู่โจมจากภายใน ในรูปแบบของ ความคิดการตำหนิตัวเอง  หรืออาจจะมาจาก  ปัจจัยภายนอก  เช่น คำวิจารณ์ด้านลบ และการดูถูกจากผู้อื่น  แม้ว่าเราจะ ไม่สามารถป้องกัน หรือกำจัดเรื่องทางลบเหล่านี้ ให้หายไปได้ทั้งหมด แต่ก็พอมีทางจัดการ …

” หมดเวลา อ่อนแอ “ Read More »

สุดยอดแนวคิด กระตุ้นให้เป็นคนขยัน

ชีวิต มนุษย์เงินเดือน   หรือ วัยทำงาน อย่างเราเรา  ก็ต้องมีบ้าง  สำหรับความคิดที่ว่า เหน็ดเหนื่อย กับงาน    เบื่อ ง่าย    เบื่อ คนรอบข้าง  แต่ก็ต้องทำ !!  เพื่อความอยู่รอดนั้นเอง   แต่วันนี้  เรามีวิธีเด็ดมาช่วยให้เพื่อนๆ  สบัดความคิดเช่นนั้นออกไปส่ะ…ขอเสนอบทความ   ” สุดยอดแนวคิด กระตุ้นให้เป็นคนขยัน ”  ให้เรากลับมามี ชีวิตชีวา ในการ ขยันทำงาน อีกครั้ง  แต่ก็ต้องใช้เวลาสักนิด  แน่ก็ไม่ได้นานเกินไป   รับรองได้ว่าผลที่ได้ออกมา  จะคุ้มค่าแน่นอน  ตามไปอ่านกันเลยคับ >< 1.) เริ่มด้วยการพักผ่อนให้เป็น      คนเราไม่สามารถหักโหมทำงาน ได้ตลอดเวลา ถ้าอยากเป็นคนขยัน เราต้องพักผ่อนให้เป็นค่ะ เริ่มด้วยถ้าเหนื่อย ก็ควรจะนอนพักและนอนให้เป็นเวลา คือ  ถ้าเป็นคนนอน 5 ทุ่ม ก็ควรจะนอนเวลาเดิม หรือใกล้เคียงที่สุด เพื่อไม่ให้นาฬิกาชีวิตรวน หรือหากเป็นในเวลางาน ถ้าเรารู้สึกล้า แทนที่จะทำตัวเอื่อยเฉื่อย ก็เปลี่ยนมาหาเวลาเบรกให้ตัวเอง ลุกไปยืดเส้นยืดสายเปลี่ยนบรรยากาศแทน 2.) กระตุ้นตัวเองไม่ให้ติดนิสัยรักสบาย      การทำอะไรบางอย่างที่ดีต่อชีวิต จนเป็นกิจวัตรประจำวันได้  นั่นคือสัญญาที่ดี  เช่นออกกำลังกาย ทานสิ่งที่ มีประโยชน์ ฝึกฝนบางสิ่งเป็นประจำ  อย่างไรก็ตาม  …

สุดยอดแนวคิด กระตุ้นให้เป็นคนขยัน Read More »

indeem image3

ทำไมต้องรีบทำ INDEEM ธุรกิจเครือข่ายมาแรง งานออนไลน์ 2019

(( INDEEM อินดีม )) ธุรกิจออนไลน์รูปแบบใหม่ธุรกิจปลดหนี้  ธุรกิจเครือข่ายมาแรง ที่ดีที่สุด ได้เงินจริง 1,000%!!   ☆เผยเคล็ดลับ!! วิธีทำเงิน 5เดือน3ล้านบาท! ธุรกิจออนไลน์รับรายได้ 7ช่องทาง เริ่มต้นที่ 5,200-40,000 บ./วันเอามั้ย?   ☆INDEEM ​สำเร็จไปด้วยกันกับครอบครัวอินดีม ธุรกิจเครือข่ายที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ อยากปลดหนี้ มีรายได้เสริม ​เพิ่มเงินในกระเป๋า ​ เริ่มทำธุรกิจกับเราที่อินดีม   ☆​INDEEM (อินดีม)☆เป็นธุรกิจเครือข่าย ผู้บริโภคเปิด เปิดใหม่ล่าสุด 2018 เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถูกกฏหมาย ผ่าน อย. สคบ.รับรอง ถือได้ว่า indeem group อินดีม กรุ๊ปเป็นธุรกิจเครือข่ายมาแรงในปี 2561 สมาชิกไม่ต้องขายสินค้า เพียงซื้อกินซื้อใช้แล้วบอกต่อ​ ได้ใช้สินค้าคุณภาพ พร้อมโอกาสทำกำไร สามารถทำเป็นธุรกิจอินดรีม อาชีพเสริมเพิ่มรายได้​ อย่าทำ…INDEEM…ถ้ายังไม่ได้ดูคลิปนี้ ​อยากให้ชมวีดีโอครับ แล้วจะเข้าใจทุกอย่าง​       ได้ฟรีทุนประกันอุบัติเหตุ …

ทำไมต้องรีบทำ INDEEM ธุรกิจเครือข่ายมาแรง งานออนไลน์ 2019 Read More »

ขายตัวเองให้ปัง…ตังค์มาเอง

ขายตัวเองให้ปัง…ตังค์มาเอง “ถ้าคุณอยากขายดีจงขายตัวเองก่อนที่จะเริ่มขายสินค้า”  เรื่องนี้สำคัญมากๆนะครับถ้าคุณเป็นนักขายแบบB2B(Business-to-Business)คุณจำเป็นต้อง”ขายตัวเอง”ให้ออกตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เจอหน้าลูกค้าสิ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณก็คือสมการนี้ครับ ….การขายตัวเอง=การเพิ่มความน่าเชื่อถือ…. ซึ่งสิ่งนั้นในฐานะนักขายเป็นสิ่งที่คุณต้องสร้างขึ้นมาเองและมีคุณเท่านั้นที่จะทำให้ลูกค้าไว้วางใจและซื้อสินค้าจากคุณยิ่งคุณขายตัวเองจนลูกค้าไว้ใจเชื่อถือคุณชอบคุณมากขึ้นเท่าไหร่คุณยิ่งมีโอกาสปิดการขายและได้เงินจากลูกค้ามากขึ้นเท่านั้นครับ ในเมื่อมีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการขายตัวเองเบื้องต้นกันแล้วทีนี้ลองมาดูวิธีการขายตัวเองที่ดีกันนะครับ 1)พูดเก่งไม่ได้หมายความว่าขายตัวเองเก่ง การขายตัวเองไม่จำเป็นต้องเป็นคนพูดเก่ง(ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับคนที่พูดไม่เก่ง)คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนกะล่อนคารมดีมีมุกตลกเยอะคุยเรื่องข่าวสารดินฟ้าอากาศฯลฯกับลูกค้าได้ผมจะบอกว่ามันไม่จำเป็นเลยครับยิ่งคุณพูดนอกเรื่องกับลูกค้ามากเท่าไหร่คุณยิ่งถอยห่างการปิดการขายมากขึ้นเท่านั้นแถมยังหลงประเด็น เพราะจริงๆแล้วคุณนั่นแหละที่คิดไปเองว่าการคุยเก่งกับลูกค้ารู้ทุกเรื่องเป็นการขายตัวเองที่ดีและลูกค้าต้องชอบแน่ๆความจริงก็คือลูกค้าจะจัดคุณอยู่ในหมวดเซลล์ขี้โม้อาจจะมีโอกาสซื้อคุณบ้างแต่ก็ไม่แน่เสมอไปถ้าสินค้าไม่ตอบโจทย์จริง 2)จงเป็นนักฟังและถามคำถามที่ดี อย่างที่บอกครับว่าต่อให้คุณพูดเก่งคุยเก่งแต่ไม่ฟังและไม่เคยถามลูกค้าก็ไม่มีประโยชน์ลองกลับไปเช็คตัวเองกันนะครับว่าเวลาโทรไปคุยกับเพื่อนสนิทคุณหรือเพื่อนใครเป็นคนที่คุยมากกว่ากันถ้าคุณคุยมากกว่ามีอะไรก็เล่าให้ฟังหมดเวลาเพื่อนพูดบ้างคุณก็คันปากอยากจะพูดแทรกคุณอาจจะคิดว่าเพื่อนคุณไม่ได้คิดอะไรแต่ความจริงก็คือเพื่อนคุณอาจจะรำคาญได้ครับเพียงแต่ไม่พูดเฉยๆ จงระวังเรื่องนี้กับลูกค้าให้มากๆนะครับโดยเฉพาะอาการคันปากอยากแทรกลูกค้าทันที(เข้าใจครับผมก็เป็น)สิ่งที่คุณควรทำคือฟังลูกค้าพูดให้จบทุกครั้งพร้อมกับถามคำถามที่ต่อเนื่องจากสิ่งที่ลูกค้าพูดเช่นถ้าลูกค้าเล่าว่าระบบแอร์ฯที่ใช้อยู่เป็นแบบทองแดงธรรมดาคุณอาจจะถามแบบต่อเนื่องว่าค่าไฟเท่าไหร่เพราะคุณกำลังรอให้เค้าตอบเพื่อเสนอสิ่งที่ดีกว่าคือระบบInverterซึ่งประหยัดค่าไฟกว่าอย่างนี้คือการถามเพื่อหาความต้องการของลูกค้าและเป็นการถามอย่างฉลาดครับคุณขายตัวเองเรื่องนี้ได้แล้ว 3)อยู่เฉยๆก็ขายตัวเองได้ด้วยการแต่งกายที่ดี FirstImpressionก็ยังคงเป็นคำที่ทรงพลังอยู่เสมอเหมือนกับเวลาที่คุณไปเที่ยวผับหรือไปพารากอนแล้วเจอผู้หญิงแต่งตัวดีเซ็กซี่สวยๆเชื่อเถอะว่าเผลอๆคุณนั่นแหละที่อยากพุ่งเข้าไปชนแก้วหรือขอเบอร์เลย(ฮา) การแต่งตัวที่ดีเป็นเรื่องง่ายๆในการเพิ่มความน่าเชื่อถือคุณต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอตั้งแต่หัวจรดเท้ามีกาละเทศะเมื่อเข้าไปพบลูกค้าคุณจะได้รับเกียรติจากลูกค้าตั้งแต่แรกพบโดยที่ยังไม่ทันพูดแนะนำตัวเลยล่ะครับไม่เชื่อลองดูพนักงานขายรถเบนซ์หรือบีเอ็มนะครับพวกเขาจะแต่งตัวดีมากพูดจาดีให้เกียรติคุณจนบางทีคุณเองต้องเป็นฝ่ายเกรงใจและมีโอกาสซื้อสูงมาก(ถ้ามีตังค์นะ) 4)ความเป็นมืออาชีพคือการขายตัวเองที่ดีที่สุด สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการพูดก็คือการกระทำครับคุณควรมีความเป็นมืออาชีพสูงตั้งแต่การตรงต่อเวลาตามงานดีมีวินัยการทำงานตอบสนองด้วยความเร็วการรับปากลูกค้าและมีลายลักษณ์อักษรการขายสินค้าในราคาที่ยุติธรรมการแก้ไขปัญหาหลังการขายการดูแลลูกค้าหลังการขายเป็นต้นสิ่งเหล่านี้คุณต้องทำให้เร็วและลงมือทำทันทีเพียงเท่านี้คุณก็จะถูกยกระดับเป็นนักขายมืออาชีพที่ไว้ใจได้ จงทำสิ่งเหล่านี้ให้ดีเพราะนี่แหละครับที่ผมกำลังจะบอกทุกคนว่าเป็นวิธีขายตัวเองที่ดีที่สุดในการได้ความน่าเชื่อถือของลูกค้าถ้าคุณทำได้ไม่ว่าคุณจะขายอย่างอื่นหรือย้ายบริษัทลูกค้าก็จะตามคุณไปต่อให้คุณขายสินค้าของคู่แข่งลูกค้าก็ยินดีที่จะซื้อคุณอยู่ดีครับเพราะเขาไว้ใจคุณไม่ใช่เพราะคุณโม้เก่งใดๆทั้งสิ้น 5)SocialProofก็ขายตัวเองได้เหมือนกันนะ SocialProofแปลตรงๆก็คือพิสูจน์กับสังคมมาแล้วในชีวิตจริงเรื่องนี้มีผลมากทีเดียวตัวอย่างง่ายๆเช่นสมัยเรียนมหาลัยคุณเคยมีเพื่อนที่ป๊อปในหมู่สาวๆมั้ยครับบางทีหน้าตาไม่เท่าไหร่แต่มีแต่สาวสวยๆระดับพริตตี้มาเป็นแฟนผู้หญิงเค้าจะมีเซนส์นะครับว่าถ้าผู้ชายคนไหนมีแฟนสวยแสดงว่าผู้ชายคนนั้นน่าจะมีของน่าสนใจยิ่งถ้าหนุ่มคนนั้นเจ้าชู้นิดๆก็มักจะมีแนวโน้มว่ามีผู้หญิงอยากเข้ามาเล่นกับไฟมากขึ้นพวกเค้าจะป๊อปมากๆเพราะมีSocialProofแล้ว ในเชิงธุรกิจคุณสามารถใช้เรื่องนี้ได้แถมดูเป็นมืออาชีพไม่ขี้โม้ด้วยการใช้SocialProofในส่วนของผลงานที่สำเร็จกับธุรกิจที่ใกล้เคียงกับลูกค้า(พูดง่ายๆก็คือพอร์ท)ยิ่งถ้าเป็นคู่แข่งโดยตรงก็ยิ่งดีลูกค้าจะรู้สึกว่าสังคมพิสูจน์แล้วว่าสินค้าเราดีจริงยิ่งถ้าตัวเค้าเองใช้ช้ายิ่งเสียผลประโยชน์ตามไม่ทันคู่แข่งหรือเจ้าอื่นๆมากขึ้นเท่านั้นเป็นตัวกระตุ้นการซื้อชั้นดีเลยล่ะครับแถมยังหล่ออีกด้วยถ้าSuccessStoryของคุณเจ๋งพอ! เห็นมั้ยละครับว่าการขายตัวเองนั้นไม่ยากเลยหัวใจสำคัญของมันจริงๆก็คือการฟังและการถามคำถามที่ดีความเป็นมืออาชีพการแต่งกายและบุคลิกที่ดีกับสิ่งที่คุณทำสำเร็จและเล่าให้ลูกค้าเชื่อถือได้ครับไม่ว่าคุณจะขายอะไรลูกค้ายินดีที่จะซื้อคุณตลอดไปเลยล่ะ ขอขอบคุณที่มา:www.sales100million.com

1 ไร่ 1 แสนแนวคิดดีๆ จากความพอเพียง

1ไร่1แสนแนวคิดดีๆจากความพอเพียง การทำเกษตรที่ปลูกพืชอย่างเดียวเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดทำให้เมื่อผลผลิตราคาตกรายได้ของเกษตรกรก็หายไปและการต้องต่อสู้กับระบบทุนนิยมถูกเอารัดเอาเปรียบด้วยการผูกขาดหรือกึ่งผูกขาดของนายทุน     แต่ด้วยความโชคดีของคนไทยที่ได้ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นด้วยการทำเกษตรแบบผสมผสานจนตอนนี้เกิดเป็นแนวคิดใหม่ภายใต้กรอบทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงคือ1ไร่1แสน  1ไร่1แสนคือการวางแผนว่าใน1ไร่นั้นจะปลูกและเลี้ยงอะไรบ้างใช้รูปแบบเกษตรแบบผสมผสานแบ่งเป็น3แบบคือ   1.รายได้รายวันต้องเป็นพืชผักหรือสัตว์ที่มีผลผลิตให้สามารถเก็บรายวันได้ 2.รายได้รายเดือนควรปลูกไม้ยืนต้นหรือผักที่ให้ผลิตเป็นรายเดือนเช่นเลี้ยงปลาดุกกบปลานิลเป็นต้น 3.รายได้รายปีเช่นข้าวมันที่ต้องใช้ระยะเวลารายปีหรือการปลูกผลไม้ตามฤดูกาล เมื่อจัดการเลือกพืชหรือสัตว์ที่จะเลี้ยงได้แล้วสิ่งสำคัญต่อมาก็คือแหล่งน้ำหาแหล่งขุดบ่อน้ำเพื่อไปเลี้ยงผลผลิตควรจัดการให้ขนาดพอดีกับความต้องการ “การเกษตรแบบพอเพียงจะไม่ก่อหนี้ก่อสินให้กับตัวเกษตรกร”   ด้วยแบบแผนข้างต้นจะทำให้ตลอดปีเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดปีผลัดเปลี่ยนกันตามฤดูกาลไม่มีอดเพราะการทำเกษตรรูปแบบนี้ระบบนิเวศจะเอื้อต่อกันสามารถประหยัดต้นทุนไปได้หลายอย่างเช่นเป็ดจะช่วยกำจัดหอยเชอร์รี่ที่เป็นศัตรูพืชโดยตรงของต้นข้าวแถมเมื่อเป็ดถ่ายก็จะกลายเป็นปุ๋ยให้กับต้นข้าวด้วยเช่นกัน เกษตรแบบพึ่งพาตนเองจะช่วยยกระดับชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นพึ่งพาตนเองได้ก็ย่อมหลีกเลี่ยงการถูกกดขี่การสีข้าวเองก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยประหยัดต้นทุนต่างๆลดความกังวลเมื่อข้าวราคาตกเพราะในพื้นที่1ไร่ของเรานั้นก็ยังมีผลผลิตอื่นมาช่วยไม่ต้องกังวลว่าในปีนั้นๆจะไม่มีรายได้ ขอขอบคุณที่มา:www.clpe.co.th

18 คำถามที่ใช้สร้างแรงบันดาลใจ..สู่ความสำเร็จ

ความสำเร็จ..เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจอะไรบางอย่างแต่หลายคนไม่มีแรงบันดาลใจไม่มีอะไรกระตุ้น/ฉุดให้ลุกขึ้นมาวิ่ง ลองถาม 18คำถามนี้กับตัวเองอาจจะเกิดแรงบันดาลใจอะไรบางอย่างขึ้นมาก็ได้นะครับ 1.คุณมีความเชื่ออะไรผิดๆที่ฉุดรั้งความเจริญรุ่งของคุณอยู่หรือเปล่า? – ผมรู้ว่าตอบยากถ้ารู้คงตาสว่างไปนานแล้วแต่เคล็ดลับในการตอบคำถามนี้ก็คือ..ลองนึกถึงเหตุการณ์ที่เราคิดอยากจะทำอะไรดีๆแล้วเราไม่ได้ทำ ไม่แม้แต่จะเริ่มต้นแล้วนึกต่อว่าเราคิดว่ามันมีอุปสรรคอะไรเหรอ..ที่ทำให้เราล้มเลิกความคิดที่จะทำสิ่งนั้น 2.งานอดิเรกของคุณคืออะไร? – งานอดิเรกคือสิ่งที่คุณชอบทำในยามว่างถ้าตอบข้อนี้ได้คุณก็ค้นพบสิ่งที่ชอบแล้วและการทำอะไรที่เราชอบ..ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงจริงไหม? 3.คุณมีพรสวรรค์ในเรื่องไหนบ้าง? – อันนี้มันยิ่งกว่างานอดิเรกอีกนะเพราะมันไม่ใช่ความเก่งอย่างเดียวแต่เป็นความเก่งที่คนอื่นไม่มีเหมือนเราด้วยถ้าตัวเองตอบไม่ได้ก็ลองถามคนอื่นดูเราอาจค้นพบ“ทรัพย์สินในตน”ที่ไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ 4.ทำงานกับใครแล้วมีความสุข? – ทำอะไรแล้วมีความสุข..ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงแล้วอย่าหยุดคิดแค่ว่า“ใคร”แต่หาคุณสมบัติของคนนั้นให้เจอเพราะเราสามารถหา“คนอื่นได้อีก”ที่มีคุณสมบัติอย่างนั้นและนั่นแหละ“ทีมงานของคุณ” 5.คุณชอบทำงานที่ไหน? – หมายถึง“สภาพแวดล้อมแบบไหน”นั่นจะทำให้งานของคุณมีประสิทธิภาพผมเห็นมาหลายแบบบางคนชอบอยู่เงียบๆคนเดียวบางคนชอบทำเป็นกลุ่ม/แลกเปลี่ยนความคิดและเล่าความก้าวหน้าของงานของแต่ละคนอยู่ตลอดเวลา 6.คุณมีไฟปราถนาในเรื่องอะไร? – เห็นอะไร/ทำอะไรแล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกบางคนชอบเที่ยวบางคนชอบสอนบางคนชอบแข่งขันเรื่องอย่างนี้ถ้าไม่ถูกบังคับให้ถามตัวเองก็คงไม่เคยตอบแต่ถ้าตอบได้..ก็น่าจะเริ่มเห็นแนวทางแล้วใช่ไหมครับ 7.แล้วจะเปลี่ยนไฟปราถนานั่นเป็น“การกระทำ”ได้ยังไง? – เคยถามตัวเองไหมคำแนะนำคือ..เริ่มต้นด้วยการทำ‘งานอดิเรก’ที่เกี่ยวข้องกับไฟปราถนานั่นแล้วค่อยๆเปลี่ยนมันเป็น‘งานหลัก’ในระยะยาว 8.อะไรที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณ? – ท่องเที่ยว/หนังสือ/พูดคุยกับบางคน/ออกไปทำกิจกรรมสังคม/ปาร์ตี้คนเราต้องเคยกันบ้างแหละที่เกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆขึ้นมาเสมอเวลาที่ได้..จุดจุดจุดลองหาpatternดูแล้วพาตัวเองไป..จุดจุดจุด..บ่อยๆ 9.คุณมีวิธีเติมไฟให้ตัวเองอย่างไร? – เชื่อสิคนเรามักต้องหาวิธีบางอย่างอยู่เสมอ..เพื่อมากระตุ้นตัวเองให้ทำงานแต่ละชิ้นให้สำเร็จลองนึกดูดีๆแล้วจะได้ใช้มันบ่อยๆ 10.คุณหลับฝันว่าอะไร? – จริงนะ..ผมหมายถึงความฝันตอนที่นอนหลับน่ะตื่นมาแล้วรีบจดๆไว้ก่อนจดไว้เรื่อยๆทำไมเหรอครับ..เพราะว่าในหลายๆครั้งสิ่งที่คุณฝันคือความคิดที่อยู่ในจิตใต้สำนึกที่เวลาปรกติแล้วเราจะไม่นึก/นึกไม่ออกและบางครั้งความคิดที่อยู่ในจิตใต้สำนีกจะชี้นำให้เราเกิดแรงบันดาลใจอะไรบางอย่างได้ 11.คุณเคยเอาชนะอุปสรรคอะไรมาบ้าง? – โดยเฉพาะอุปสรรคครั้งสำคัญมันต้องเคยกันบ้างแหละถ้าเรานึกย้อนกลับไปมันเป็นกำลังใจให้เราเป็นอย่างดีเราจะไม่กลัวอุปสรรคข้างหน้า 12.เวลามีใครพูดไม่ดีเกี่ยวกับคุณคุณตอบสนองยังไง? – คุณเลือกได้ว่าจะรู้สึกไม่ดีหรือไม่สนเสร็จแน่..ถ้าคุณปล่อยให้คำพูดของคนอื่นมากำหนดความคิดของคุณกลับกัน..ความคิดและการกระทำของคุณเท่านั้นที่กำหนดปลายทางของตัวคุณเอง 13.ที่คุณเป็นอยู่ทุกวันนี้..เพื่ออะไร? – เป็นคำถามที่ลึกและตอบยากแต่ถ้าคุณตอบได้แสดงว่าคุณมีเป้าประสงค์อะไรบางอย่างครอบครัว/พ่อแม่/คนพิการ/เด็กกำพร้า/สังคมและนั่นแหละเป็นแรงบันดาลใจให้คุณทำต่อไป 14.คุณชื่นชอบใครเป็นพิเศษ? – คนเหล่านั้นเขาก็มี‘แรงบันดาลใจ’ของเขาเองและคุณก็อาจค้นพบแรงบันดาลใจของคุณเองได้จากคนที่คุณชื่นชอบเช่นกัน 15.จุดอ่อนของคุณคืออะไร? – ไม่มีใครเพียบพร้อมสมบูรณ์ทุกสิ่งถ้าคุณรู้จุดอ่อนคุณก็จะรู้ว่าต้องปรับปรุงเรื่องอะไรเริ่มจากตรงนั้นเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ชีวิตคุณดีขึ้น 16.เป้าหมายของคุณคืออะไร? – ผมพูดมาหลายครั้งแล้วว่าคนเราต้องมีเป้าหมายถ้าไม่มีเป้าหมายก็ไม่มีการกระทำวันๆคงนั่งดูทีวีขึ้นอืดอยู่กับบ้าน 17.ถ้ามีเป้าหมายแล้วจะทำยังไงให้สำเร็จ? – ถ้าไม่วางแผนก็คงไม่มีการลงมือทำถ้าไม่ลงมือทำเป้าหมายก็คงเป็นเป้าที่อยู่ไกลๆต่อไป 18.มีอะไรที่คุณรู้สึกว่าต้อง“ขอบคุณ”? – เป็นคำถามที่แปลกแต่เพราะทุกคนไม่เคยนึกผมก็เลยต้องเขียนการที่เราพยายาม‘ค้นหา’ว่ามีอะไรที่เราควรรู้สึกขอบคุณ(พ่อแม่/สังคม/ดิน/ฟ้า/อากาศ)จะทำให้เรารู้สึกดีกับชีวิตและตนเองรู้สึกว่าเรามีวันนี้ได้เพราะ…หลายอย่างรู้สึกว่าเราต้องตอบแทนรู้สึกว่าเราต้องทำเพื่อคนอื่นบ้างบางครั้งสิ่งนี้ทำให้เรามีแรงบันดาลใจอะไรบางอย่างขึ้นมา(อย่าลืมโจทย์นะครับ..เรากำลังพูดถึงวิธีหาแรงบันดาลใจ) แด่ความสำเร็จของคุณ ธนกร–ผู้ก่อตั้งตลาดปัญญา

10 อาชีพเสริมหลังเลิกงานประจำ ที่น่าสนใจทําอะไรดี งานฝีมือ หรือขายสินค้า

  ขายของตลาดนัด เป็นอาชีพเสริมยอดฮิตของคนเริ่มต้นหารายได้เสริม ข้อดีคือมันเป็นอะไรที่เห็นภาพชัดเจนและที่สำคัญอาชีพค้าขายเห็นเงินเร็วค่ะหากอยากจะขายของควรมีเวลาว่าง3-4ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยถ้าเวลาน้อยกว่านี้ก็คงเตรียมและขายไม่ทันแล้วแหละ ทำงานParttime อันนี้จะต้องมีเวลาว่างที่สม่ำเสมอถึงแม้จะเลือกเวลาทำงานได้แต่ชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์จะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของบริษัท(บางบริษัทกำหนดขั้นต่ำ20ชั่วโมงต่อสัปดาห์เป็นต้น)  ซึ่งแต่ละบริษัทก็มีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปค่ะ  ข้อดีคือเหมาะกับนักเรียนนักศึกษาเพราะมีเวลาว่างที่กำหนดได้วันไหนไม่มีเรียนก็มาทำงานparttimeได้ รับซ่อมแซมเสื้อผ้า หรือถ้าใครมีจักรเย็บผ้าด้วยยิ่งดีสามารถรับปะ,ซ่อมแซม,แก้ทรงได้สบายอาชีพนี้ต้องอาศัยฝีมือสักหน่อย  ถ้าฝีมือยังไม่ถึงขั้นแต่มีใจรักก็สามารถทำได้ไม่ยากใช้ทักษะจากที่เคยเรียนวิชางานบ้านตอนเด็กๆและเรียนรู้เพิ่มเติมเอาจากYouTube ข้อดีคือพอเลิกงานเราก็ไม่ต้องเสียเวลาไปทำงานparttimeหรือขายของนอกบ้าน  รีบกลับเข้าบ้านแล้วนั่งซ่อมเสื้อผ้าได้พักที่ห้องสบายใจแถมมีรายได้เข้ากระเป๋าด้วย รับจ้างรีดเสื้อผ้า การหาลูกค้าก็จากละแวกบ้านหรือจากหอพักนั่นเองค่ะทำโบรชัวร์ไปติดประกาศในลิฟต์ของหอ“เตารีด”อาจจะมีกันทุกบ้านแต่ที่อาชีพนี้น่าสนใจเพราะหลายคนไม่มีแม้แต่“เวลา”จะรีดผ้า  ข้อดีคือไม่ต้องใช้พรสวรรค์เหมือนงานรับซ่อมเสื้อผ้าแต่การรีดเสื้อผ้าใครๆก็ทำได้แถมอุปกรณ์เตารีดก็ไม่ต้องลงทุนซื้อใหม่ด้วย รับพิมพ์งาน ต้นฉบับอาจจะเป็นPDFผู้ว่าจ้างจึงต้องการให้พิมพ์งานลงในMicrosoft  word  ข้อดีคือไม่ต้องลงทุนและไม่เสี่ยงขาดทุนใครที่มีความสามารถในการพิมพ์ดีดอย่ารอช้านะคะ ทำงานฝีมือ สำหรับใครที่ชอบเย็บปักถักร้อยชอบประดิษฐ์ของใช้น่ารักๆลองหัดทำงานฝีมือแล้วลงขายในInternetดูนะคะเริ่มต้นจากจุดเล็กๆที่เราชอบในช่วงเริ่มต้นอาจจะได้กำไรไม่เยอะแต่ยังไงก็ยังมีข้อดีคือเราได้รับความสุขเต็มๆตั้งแต่เริ่มทำแล้วแหละค่ะหลังจากนั้นเงินจะตามมาเอง เป็นตัวแทนขายสินค้าonline เป็นตัวแทนขายเสื้อผ้าแฟชั่นหรือของที่ฮิตตามกระแส ข้อดีคือไม่ต้องสต๊อกสินค้าเองแค่ขยันโพสต์อัพรูปบ่อยๆก็หาเงินได้ไม่ยาก ขายของกิน หลังเลิกงานอยากมีรายได้เสริมทำของกินง่ายๆขายอาจจะขายหน้าบ้านที่เป็นชุมชนหรือตลาดบริเวณใกล้เคียงที่พักถามว่าขายอะไรดีเรามีแนวทางเช่นขายยำวุ้นเส้นยำมาม่ายำรวมมิตรยำมะม่วงลูกชิ้นทอดลูกชิ้นย่างเป็นต้นทำได้ง่ายๆวัถุดิบไม่เยอะลงทุนน้อยและกำไรงามแน่นอน ปลูกผักขาย วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นที่ใช้สอยบริเวณบ้านหรือมีที่ว่างเป็นการหารายได้เสริมที่ดีเลยทีเดียวเพราะปลูกผักจะใช้เวลาแค่รดน้ำเช้าก่อนไปทำงานและช่วงค่ำหลังเลิกงานวันหยุดห็เก็บผักขายสร้างกำไรงามๆให้กับเรา รับสอนพิเศษ เหมาะสำหรับคนที่มีความสามารถอาจจะด้านใดด้านหนึ่งเช่นสอนคณิตศาสตร์สอนภาษาสอนดนตรีและอื่นๆตามความสามารถของเราอาจจะเริ่มจากสอนเด็กๆตามกำลังที่เราพอทำได้   มาร่วมเป็นนักธุรกิจบนโลกออนไลน์ ด้วยกันกับเรา The iCon ยินดีต้อนรับ

  • พอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ดึง :บอย ปกรณ์ เป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ Zip Whey

    พอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ดึง :บอย ปกรณ์ เป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ Zip Whey ...

    September 7, 2020uhtaicomments:0views:6
  • Boom ขายออนไลน์สร้างรายได้ผ่านมือถือ

    Boom ขายออนไลน์สร้างรายได้ผ่านมือถือ กาแฟลดความอ้วน Room Coffee โปรโมชั่...

    July 29, 2020uhtaicomments:0views:3