นาโนนีเซีย จับมือ อินดีม ส่ง MeVio ถึงมือผู้บริโภคด้วยระบบมาตรฐาน บริษัท นาโนนีเซีย จำกัด ร่วมมือกับ บริษัท อินดีม กรุ๊ป  ยกระดับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MeVio (มีไวโอ) ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคด้วยระบบมาตรฐานMeVio (มีไวโอ) ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อสุขภาพและผิวพรรณที่ดีของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด บริษัท นาโนนีเซีย จำกัด (ในเครือเวิร์คพอยท์กรุ๊ป) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีไวโอ โดย นางวิชนี ศรีสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท (คนที่ 3 จากซ้าย) ได้จับมือกับ บริษัท อินดีม …

Indeem ธุรกิจปลดหนี้ มีรายได้ ทำอินดีม ธุรกิจปลดหนี้ดีที่สุด

Indeem ธุรกิจปลดหนี้ มีรายได้ ทำอินดีม ธุรกิจปลดหนี้ดีที่สุด อินดีม‎อินดีม ธุรกิจเครือข่ายถูกกฎหมาย ผ่าน อย. สคบ รับรอง ทำเว็บให้ฟรี ไม่ต้องขาย แต่ได้เงิน ทำIndeem ฟรีค่าสมัคร 350บาท ฟรีทุนอุบัติเหตุ100,000บาท สินค้าจ่ายที่7-11ได้ มีสอนทำออนไลน์ อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ธุรกิจที่มาแรงในตอนนี้ มีรายได้เสริม อยากปลดหนี้ แบรนด์: อินดีม, อินดรีม, indeem

ผลงานรุ่นพี่ครับ ระบบคือระบบครับทำอค่สูตร1 2 3 แล้วชีวิตคุณเปลี่ยนได้แบบนี้เอาไหมครับ ถามใจดูครับ

รายไดส่วนหนึ่งสมาชิกอินดีม ระบบคือระบบครับทำแค่สูตร1 2 3 แล้วชีวิตคุณเปลี่ยนได้แบบนี้เอาไหมครับ ถามใจดูครับ >>ขยันผิดที่ ทำงานกี่ปีก็ไม่รวยแต่ถ้าเลือกทำบริษัทดีๆอีกไม่กี่ปี<< ก็รวยได้ อินดีม ทำไม่ถึงปี ตอนนี้มีมนุษย์เงินล้านเกิดขึ้นแล้ว..  ☆10เดือน​ 7ล้าน​บาท☆ นี่คือ.คลิปวีดีโอ. 40นาที อาจเปลี่ยนชีวิตคุณ.. ลงชื่อ…ศึกษาข้อมูลฟรี !! แน่นอน…ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับ !!ปล.อนุญาตให้ผู้ที่ลงทะเบียน เฉพาะผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น !!! (( INDEEM อินดีม ))งานออนไลน์ทําที่บ้าน อาชีพเสริมหลังเลิกงาน ธุรกิจออนไลน์รูปแบบใหม่ธุรกิจปลดหนี้ ธุรกิจเครือข่ายมาแรงที่ดีที่สุด ได้เงินจริง 1,000%!!

อินดีมจับมือกับบริษัทลูกของwork points นาโนนีเซียพาร์ทเนอร์ใหม่ของอินดีม

ผมนี้อดใจไม่ได้ที่จะนำเรื่องนี้มาแบ่งปัน 🤗 อิอิ…อ่านไม่จบ ก็ ตาม จายยยย (ตามที่พี่ยศได้กล่าวไปในโพสต์เขาว่า) ตอนแรกตั้งใจว่า…วันนี้จะโพสต์เรื่อง ที่รายการตีสิบมาถ่ายทำเรื่องของอินดีมเมื่อวาน และจะออกอากาศวันที่ 29/06/62 นี้ แต่…… ก็มีข่าวตื่นเต้นที่ไม่ต้องรอวันที่ 29 มาแทรกซะอย่างงั้น 555555ประมาณ 19:45 ก่อนไลฟ์สดประจำวัน ข่าวช็อควงการก็มาถึง…‼️ เวิร์คพ้อยต์…ใช่…มี #WorkPoint เดียวนั่นแหละ เวิร์คพ้อยต์นั้นแหละ ถูกแล้ว 55555ประกาศความร่วมมือ เป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัท อินดีม กรี๊ดดดดดดดด (กูกรี๊ดยาวมากตอนนั้น 5555) มันเกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นได้ไง เรายังไม่50ล้านเลยนี่หว่า…คุณโอมมาบอกว่า พาร์ทเนอร์ที่ยิ่งใหญ่แบบเวิร์คพ้อยต์… เขาเห็นความสามารถของอินดีม เขาเห็นความถูกต้องทางกฏหมายของเรา เขาเห็นความตั้งใจ และความน่ารักของสมาชิกเรา …

นี่คือ “เหตุผลสำคัญ” ที่ทำให้ผมเลือกทำ INDEEM ถูกต้องตามกฎหมายอย่าง 100%

นี่คือ “เหตุผลสำคัญ” ที่ทำให้ผมเลือกทำ INDEEM ไม่อ่านก็พลาดที่สุดในชีวิต เพราะธุรกิจและงานที่ผมทำ ถูกต้องตามกฎหมายอย่าง 100% ทุกระเบียบนิ้ว ผมมีโอกาสได้ไปรับเอกสารสำคัญด้วยตัวเอง พร้อมกับผู้บริหารของบริษัท จึงทำให้ผมมั่นใจและกล้าที่จะทำธุรกิจ อย่างไม่มีข้อข้องใจหรือข้อสงสัยใดใด นี่คือ “เหตุผลสำคัญ” ที่ทำให้ผมเลือกทำ INDEEM ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา INDEEM ได้ช่วยคนปลดหนี้และสร้างรายได้ให้กับหลาย 100 ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้นมีเงินไปปลดหนี้ มีเงินไปใช้จ่ายในชีวิตส่วนตัวเมื่อหมดหนี้ พี่พี่หลายคนน่ารักลงไปช่วยองค์กรการสุดความสามารถ เพื่อที่จะให้เป็นเพื่อนสมาชิกและคนองค์กรสำเร็จตามพี่พี่เค้า มันจึงทำให้เกิด “เสน่ห์ของธุรกิจ”คือการที่เราทุกคนลงไปช่วยคนที่มาใหม่ให้สำเร็จแบบรุ่นพี่ในธุรกิจ ผมจึงอยากเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องที่ ต้องการ “ปลดหนี้”มาทำธุรกิจสีขาวที่ถูกต้องตามกฎหมายความชัดเจนมากขนาดนี้ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนเมื่อเราเข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกันที่นี่มีทั้งระบบมีทั้งวิธีการมีทั้งการแนะนำสอนให้ท่านทำงานเป็นไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการทำงาน …

อินดีม กรุ๊ป ขายตรงมิติใหม่ ท้าชนศก.เร่งปลดหนี้สมาชิก

อินดีม กรุ๊ปขายตรงมิติใหม่ ท้าชนศก.เร่งปลดหนี้สมาชิก ก.พ. 6, 2019ขายตรงอินดีม ชูกลยุทธ์รุกตลาดปี 62 เดินหน้าพัฒนาตัวเองรอบด้าน ตั้งเป้าหมายมากกว่ายอดขายคือการปลดหนี้สมาชิก เชื่อมั่นสถานการณ์ต่างๆจะช่วยคัดกรองบริษัทขายตรงของจริง พร้อมโชว์ภาพความมั่นคง ผ่านงานประกาศเกียรติคุณ INDEEM RECOGNITION มีผู้นำสมาชิกเข้าร่วมงานคับคั่ง รวิภัทร ระวีเผ่าพงษ์ ประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อินดีม กรุ๊ป จำกัด ธุรกิจด้านความงามภายใต้แบรนด์ “Indeem” เปิดเผย “เดอะพาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค”ว่า ความสำเร็จของสมาชิกวันนี้ นอกจากสร้างรายได้ที่มั่นคงแล้ว …

นี่คือรายได้แค่วันเดียวของคนอินดีม

นี่คือรายได้แค่วันเดียวของคนอินดีม‼️‼️‼️ ไม่ใช่เฉพาะคุณยศนะคร้าาาบ ที่รายได้ล้นเพดาน คนอื่นๆ ก็ทำได้เช่นกันจร้าาาแต่ต่อให้ล้นขนาดไหน บริษัทก็จ่ายให้สูงสุดแค่ 40,000 บาทต่อวัน ตามกฎหมายที่จดทะเบียนไว้กับ สคบ.นะคร้าาาา เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวบริษัทจะเจ๊งน๊าาา คือจะบอกว่า…วันนี้เราพึ่งเริ่มต้น มันอาจจะยังไม่ออกดอกออกผลให้เราชัดเจนหรอก แต่ถ้าเราลงมือทำอย่างต่อเนื่องไม่หยุด เราก็มีสิทธิรับรายได้แบบนี้เช่นกัน. . . ใครอยากปลดหนี้ อยากมีชีวิตที่ดี มาทำอินดีมเถอะ จริง จริง ถ้าไม่เชื่อว่าเราช่วยได้…ทำไมไม่ลองฟังล่ะ เพราะถ้าฟังแล้ว ก็ยังไม่เชื่อ มันเท่าทุนนะ🤷‍♀️แต่ถ้าฟังแล้วมันดันใช่…กำไรทันทีนะเว้ยเฮ้ยยยยย ^^ 💁‍♀️อินดีม เปิดรับสมัคร SL3 …

เข่าลั่น! กร๊อบเเกร๊บ เกิดจากอะไร?

กร๊อบ!แกร๊บ!  คุณเคยได้ยินเสียงดังลักษณะนี้จากหัวเข่าเวลาลุกเดิน หรือยืดขากันบ้างหรือเปล่าค่ะ? ถ้าเคยเเล้วล่ะก็สงสัยหรือเปล่าว่าอาการเข่าลั่นมันเกิดขึ้นจากอะไร? มันคือสัญญาณเตือนของอะไรหรือเปล่า  เพราะกระดูกทุกๆส่วนของร่างกายนั้นเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก การให้ความสำคัญกับการดูเเลเเละบำรุงกระดูกจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งหากเกิดอาการเข่าลั่นดังกร๊อบแกร๊บขึ้นมาเเล้วล่ะก็  เราจึงต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่ามันเกิดขึ้นจากอะไรกันเเน่ วันนี้เราเลยถือโอกาสมาไขข้องใจเรื่องนี้ให้คุณผู้อ่านทุกคนกันค่ะ เสียงลั่นจากเข่านั้นเกิดขึ้นจากอะไร?สำหรับอาการเข่าลั่นหรือเกิดเสียงขึ้นจากข้อเข่านั้นเกิดได้เป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ นั่นก็คือ1.  เเบบที่ไม่มีอาการปวดร่วมด้วยซึ่งเสียงดังจากข้อเข่าลักษณะนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่มีการงอเข่ามากๆ ในบางท่าทาง หรือการนั่งยองๆ  หรือการลุกขึ้นจากเก้าอี้เตี้ย ซึ่งเสียงเข่าลั่นในลักษณะนี้ไม่ถือว่ามีความอันตรายใดๆ เพราะเป็นเเค่การเหยียดงอ ทำให้กระดูกอ่อน หรือเนื้อเยื่อรอบๆ เข่าของเรามีการเข้าที่กัน  โดยทั่วไปเเล้วจะไม่มีปัญหาใด ไม่ต้องเข้ารับการรักษาเเละไม่ถือว่าเป็นอาการสำคัญของการเกิดข้อเข่าเสื่อม 2.  เเบบที่มีเสียงร่วมไปกับอาการปวดสำหรับลักษณะนี้หากเกิดอาการเข่าลั่นดังกร๊อบเเกร๊บในเข่าเเละมีอาการปวดเข่าร่วมไปด้วย เเละเสียงที่ดังก็มากขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลา อาจจะเกิดความผิดปกติอื่นๆ เช่น  อาการข้อเข่าเสื่อม เนื่องจากกระดูกอ่อน ผิวข้อมีการสึกกร่อนจนพื้นผิวข้อขรุขระ เเละมีน้ำหล่อเลี้ยงภายในข้อเข่าที่จะช่วยลดเเรงกระเเทกระหว่างผิวข้อนน้อยลงย่อมจะทำให้เกิดเสียงได้มากขึ้น  หรือมีการฉีกขาดของเส้นเอ็นหรือหมอนรองกระดูกในข้อเข่า ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุต่างๆ ซึ่งสามารถทำให้เกิดเสียงดังเมื่อมีการขยับข้อเข่ามาในองศาที่มีการขบกับหมอนรองกระดูกที่ขาดเเละลอยขึ้นมา ทำให้มีอาการเข่าล็อค เหยียดงอเข่าไม่ได้ ร่วมกับการมีอาการปวดอย่างมาก  ซึ่งเสียงดังจากข้อเข่าในลักษณะนี้ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เพราะอาจเกิดอันตราย  เพราะหากข้อเข่าเสื่อมมากขึ้นโดยไม่ได้รับการรักษา หรือมีหมอนรองกระดูกฉีกขาด ที่เราไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดการฉีกขาดเพิ่มมากขึ้นได้ ดังนั้นควรไปพบเเพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เพื่อจะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที เพราะอาการในบางรายอาจเป็นสัญญาณเตือนนำไปสู่โรคอื่นๆ ได้เหมือนกัน  วิธีการรักษา ทำได้อย่างไรบ้าง ? สำหรับวิธีการรักษาอาการเสียงดังจากข้อเข่าเเละมีลักษณะปวดร่วมไปด้วยนั้น จะขึ้นอยู่กับสาเหตุเป็นสำคัญ เช่น ถ้าหากอาการเจ็บนั้นเกิดจากอุบัติเหตุ หรือหมอนรองกระดูกเกิดการฉีกขาดหมองรองกระดูกเกิดการเผยอขึ้น กระดูกอาจจะไปงัดกับหมอนรองกระดูกทำให้เกิดเสียง  เจ็บเเละเหยียดงอข้อเข่าทำได้ไม่ดี ในส่วนนี้จึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข  ในขณะที่เสียงที่เกิดจากกระดูกที่เกิดจากการเสื่อมขึ้นก็จะขึ้นอยูกับระดับความรุนเเรง ซึ่งอาจทำการรักษาได้ตั้งเเต่ การทำกายภาพบำบัด  การรับประทานยาเพื่อรักษาข้อเข่าเสื่อม การใช้ที่พยุงข้อ การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียม หรือหากอาการรุนเเรง มากเเล้ววิธีการผ่าตัดก็จำเป็นต้องทำ มาบริหารข้อเข่ากันเถอะ!ลองมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนั่งเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดเข่าลั่นด้วย “ท่าถีบจักรยานอากาศ”  เพียงยกขาขึ้นมาเสมือนเป็นการถีบจักรยานจริงๆ ในองศาเเคบๆเกร็งกล้ามเนื้อด้านหน้าข้อเข่า ให้ทำต่อเนื่องประมาณ 30 วินาที เเละสลับข้างกัน ทำเเบบนี้ 2 ข้าง ประมาณ 10 – 15 ครั้ง หากคุณสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าของเราก็จะเเข็งเเรงขึ้น ได้ทราบกันไปเเล้วนะคะว่าเสียงกร๊อบแกร๊บที่ดังขึ้นมาจากข้อเข่านั้นมีสาเหตุมากจากอะไรนอกจากการใช้ท่าเพื่อบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าของเราเเล้ว การเสริมสร้างกระดูกให้เเข็งเเรงนั้นสารอาหารสำคัญอย่างเเคลเซียมเเละวิตามินดี นอกจากจะช่วยเสริมสร้างให้กระดูกเเข็งเเรงเเล้ว วิตามินดีก็ยังเป็นการช่วยเพิ่มการดูดซึมเเคลเซียมเเละเพิ่มการเจริญเติบโตของกระดูก ลองมารับประทานอาหารช่วยบำรุงกระดูกที่มีส่วนช่วยในการเติมเเคลเซียมให้กับร่างกายอย่างเช่น งาดำ เนื้อปลา ไข่ โยเกิร์ต กล้วย นม หรือธัญพืชต่างๆ เป็นต้นค่ะ  ดังนั้นอย่าลืมหันมาให้ความสำคัญกับการ ดูเเลกระดูกอยู่เสมอนะคะ  ขอบคุณข้อมูล :  www.si.mahidol.ac.th 

ดูเเลตัวเองอย่างไร ให้ห่างไกลโรคกระเพาะ เริ่มได้ที่ตัวคุณ!

หนึ่งในโรคยอดฮิตที่ทำให้หลายต่อหลายคนตกเป็นเหยื่อ ไม่ว่าจะช่วงวัยใด ชื่อโรคกระเพาะ หรือ โรคแผลในกระเพาะอาหาร น่าจะเป็นชื่อโรคที่เข้ามาเป็นลำดับเเรกๆเลยล่ะค่ะลองคิดดูซิค่ะว่านอกจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป เราทำอะไรเเบบเร่งรีบ เเข่งขันกับตัวเองเเละคนอื่นไม่พอ ก็ยังต้องคอยเเข่งกับเวลาอีกด้วย หนึ่งในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือเรื่องของพฤติกรรมการรับประทานที่จะต้องกินอะไรเเบบรวดเร็ว เเต่ความสดใหม่เเละสารอาหารที่จะนำเข้าสู่ร่างกายกลับลดน้อยลง เหล่านี้ล้วนเเต่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้เหมือนกัน โดยเฉพาะโรคกระเพาะอาหารที่มีสาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารของเราเป็นสำคัญ คนที่ไม่เคยสัมผัสถึงอาการนี้ก็คงไม่มีความเข้าใจนักหรอกนะคะว่าเจ็บหรือทรมานเพียงใด เเต่ในเมื่อเราเลือกที่จะดูเเลสุขภาพเเละป้องกันมันได้ก็น่าจะเป็นหนทางที่ดีกว่า วันนี้เราเลยขอนำเสนอเคล็ดลับการดูเเลสุขภาพให้ห่างไกลโรคกระเพาะอาหาร ว่าเเล้วก็ตามไปดูเลยจ้า เเต่เดี๋ยวก่อนค่ะ ก่อนที่เราจะพาทุกคนไปดูเคล็ดลับดีๆ ในการดูเเลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคกระเพาะนั้นลองมาดูกันหน่อยดีกว่าค่ะว่า โรคกระเพาะ  (Peptic Ulcer) หรือชื่อในวงการก็คือ โรคเเผลในกระเพาะอาหาร ถือเป็นอีกหนึ่งโรคที่คอยสร้างความเจ็บปวดเเละทรมานให้กับผู้ที่เป็นเป็นอย่างมาก สาเหตุสำคัญของการเกิดโรคนี้ก็คือพฤติกรรมการกินที่ไม่ดีต่อสุขภาพทั้งหลายเป็นส่วนใหญ่ อาการที่พบจากโรคนี้ก็คือ อาการปวดเเสบ ปวดตื้อ จุกเเน่น  หรือปวดเสียดท้อง  ตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่  อาการปวดเหล่านี้เป็นได้ทั้งเวลาก่อนกินอาหาร หรือหลังการกินอาหารใหม่ๆ หรือเเม้เเต่เวลาท้องว่าง ก็สามารถปวดท้องโรคกระเพาะได้เหมือนกัน เเละที่สำคัญก็มักจะเกิดกับกลุ่มคนวัยทำงานหนุ่มสาวชาวออฟฟิศทั้งหลาย หรือคนที่ขาดวินัยในการกินอาหารอย่างตรงเวลานั่นเองซึ่งอาการปวดท้องนั้นเกิดจากภาวะมีกรดในกระเพาะอาหารมาก  ซึ่งกรดตัวนี้จะไปสร้างความกระเพาะอาหาร จนทำให้เกิดแผลที่ผนังของกระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กตอนบนซึ่งจะมีอาการเป็นๆ หายๆ เเละปวดราว 15 – 30 นาที เเละอาการจะบรรเทาลงได้หากได้กินข้าว ดื่มน้ำ ดื่มนมหรือรับประทานยาลดกรดนั่นเองค่ะ1.  พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้รสจัด ไขมันสูง หรืออาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดสำหรับอาหารรสจัด โดยเฉพาะอาหารรสเผ็ดจัด อาจทำให้คนที่เป็นโรคกระเพาะอยู่เเล้วอาจจะเกิดการอักเสบมากขึ้น  หรือส่งผลต่อเยื่อยุกระเพาะอาหารได้ ดังนั้นให้ช่วงที่เกิดอาการเหล่านี้อยู่เเล้ว ก็พยายามหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดไว้ก่อน   เเละในส่วนของอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูง เช่น มะนาว สามารถทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ หรือเเม้เเต่อาหารที่ให้ไขมันสูงนั้นมีความย่อยยาก จะมีผลทำให้กระเพาะอาหารทำงานได้ยากมากขึ้น เพราะต้องหลั่งน้ำย่อยออกมาย่อยอาหารพวกนี้ รวมไปถึงการกินอาหารเหล่านี้จะทำให้ตับเเละไตต้องทำงานหนัก ต่างก็เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระเพาะมากกว่าปกติด้วยนั่นเองค่ะ 2.  ปรับพฤติกรรมการกินอาหาร เมื่อพูดถึงพฤติกรรมการกินอาหารก็คงต้องว่าเรื่องนี้กันยาวหน่อยเเล้วล่ะค่ะ โดยเฉพาะพฤติกรรมการกินอาหารเเบบเร่งรีบ เเละกินอาหารไม่เป็นเวลา ต่างก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะได้ทั้งสิ้น การทานอาหารไม่ต้องต่อเวลาจะส่งผลให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารถูกผลิตออกมาเเล้วเป็นการไปทำร้ายผนังกระเพาะอาหารจนกระทั่งกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบ เเละจะยิ่งทำให้คุณปวดท้องทรมานมากขึ้น ไม่ควรกินอาหารในปริมาณที่มาก จนรู้สึกอิ่มจนเกินไป เพราะจะส่งผลให้มีกรดหลั่งออกมามากเกินควร  หรือเเม้เเต่การเร่งรีบรับประทานอาหาร ควรเปลี่ยนมากินอาหารให้ช้าลง เเละเคี้ยวให้ละเอียดมากขึ้น หรือลองเเบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ หลายๆ มื้อ เพื่อช่วยเป็นการให้กระเพาะอาหารไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไปนั่นเองค่ะ   3.  เน้นการรับประทานผัก ผลไม้ เเละอาหารที่ให้กากใยอาหารอาหารที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร อย่างเช่น  พืชตระกูลถั่ว ธัญพืช บร็อกโคลี่ เเครอท มะละกอ ข้าวโอ๊ต หรือแอปเปิ้ล เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้ล้วนเเต่ดีต่อผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารเป็นอย่างมากเลยค่ะ เพราะมีใยอาหารชนิดเพคตินมาก ช่วยป้องกันโรคกระเพาะ เเละมะเร็งในกระเพาะอาหาร ผักใบเขียวหรือผักที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร หลายชนิดให้วิตามินเคสูง มีส่วนช่วยให้แผลในกระเพาะอาหารหายได้เร็วเเละไม่ทำงานหนักจนเกินไปนั่นเองค่ะ 4.  งดกินยาแก้ปวดข้อ หรือเเก้ปวดกระดูกสำหรับยาแก้ปวดข้อ ปวดกระดูก หรือเเม้เเต่ยาชุดต่างๆ ยาสเตียรอยด์ ยาลูกกลอน ยาหม้อต่างๆ ยาในกลุ่มนี้จะเป็นการทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารทำให้เกิดแผลที่กระเพาะอาหารได้เหมือนกันนะคะ 5.  ทานอาหารที่ช่วยป้องกันโรคกระเพาะคนที่เป็นโรคกระเพาะจะทราบกันดีว่าโรคกระเพาะอาหารเมื่อได้เป็นเเล้วก็จะรักษาให้หายขาดได้ยาก เเละยังสามารถกลับมาเป็นได้เรื่อยๆ อีกต่างหาก ดังนั้นเมื่อคุณต้องเผชิญอยู่กับโรคกระเพาะเเล้วล่ะก็ลองหาอาหารเหล่านี้ไปรับประทานเพื่อเป็นการบรรเทาอาการของโรคกระเพาะอาหารกันดีกว่าค่ะ เช่นกล้วยน้ำว้า เพราะในผลของกล้วยน้ำว้ามีน้ำ แป้ง ไขมัน โปรตีน  ใยอาหาร เกลือเเร่วิตามิน รวมไปถึงเอนไซม์ต่างๆ เเละยังมีคุณสมบัติสำคัญในการช่วยเร่งสมานแผลในกระเพาะอาหาร อีกทั้งภายในกล้วยน้ำว้าก็ยังมี “สารเซโรโทนิน” ที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายเเล้วก็จะนำไปยับยั้งการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร เเละกระตุ้นลำไว้เล็กให้บีบตัวมากขึ้น เป็นการรักษาเเผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วยนะคะ กระเทียม  มีคุณสมบัติสำคัญในการฆ่าเชื้อได้ดีพอๆกับยาเพนนิซิลิน เเละก็ยังใช้ได้ดีกับเเบคทีเรียดื้อยาได้อีกด้วย ดังนั้นการกินกระเทียมสดจึงเกิดประโยชน์เป็นอย่างมากนั่นเองค่ะ ว่านหางจระเข้  สมุนไพรที่คุณสามารถหาได้ง่ายไม่ยุ่งยาก นอกจากมีสรรพคุณสำคัญในการช่วยลดการอักเสบเเล้ว ก็ยังมีสารไกลโคโปรตีนที่ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารเเละอาการกรดไหลย้อนได้เป็นอย่างดีอีกด้วยล่ะค่ะ  ขมิ้นชัน  สำหรับขมิ้นชันที่เราคนไทยนำมาใช้ประโยชน์เนิ่นนานเเล้วเหมือนกันนะคะ นอกจากสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเเล้ว ก็ยังมีคุณสมบัติสำคัญในการช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง เเน่นจุกเสียด หรือท้องอืด ได้เป็นอย่างดีอีกด้วยล่ะค่ะ จึงมีการนิยมนำขมิ้นมาใช้เพื่อการสมานเเผลในกระเพาะอาหาร เเละทำความสะอาดลำไส้รวมถึงรักษาโรคกระเพาะอาหารด้วยนั่นเองค่ะ  6.  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอขาดไปไม่ได้เลยนะคะสำหรับเคล็ดลับข้อนี้ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นโรคกระเพาะหรือไม่ก็ตาม ผลพวงจากการออกกำลังกายจะเป็นการช่วยคุณให้ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บด้วยนั่นเองค่ะการออกกำลังกายยังเป็นการช่วยผ่อนคลายความเครียด เป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดีอีกด้วยล่ะค่ะ  7. งด หรือละการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์พึงตระหนักไว้มากๆ เลยนะคะว่า พวกชา กาเเฟ น้ำอัดลม หรือเเม้กระทั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลายนั้น ล้วนเเต่เป็นเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนอยู่มาก เช่น หากคุณดื่มน้ำอัดลมในช่วงที่อาการโรคกระเพาะกำเริบอยู่เเล้วล่ะก็ แก๊สที่อยู่ในน้ำอัดลมจะส่งผลให้เกิดอาการเเน่นท้อง เพราะมีแก๊สในกระเพาะอาหารเยอะ  หรือในส่วนของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จะเข้าไปทำให้อาการนี้ของคุณเเย่ลงอีกเเถมแอลกอฮอล์ยังเป็นสาเหตุสำคัญหลักที่ทำให้กระเพาะอาหารของคุณเกิดการอักเสบ เพราะเเอลกอฮอล์เข้าไปทำลายหรือทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบมากขึ้น ดังนั้นหากเลี่ยงได้ก็พยายามเลี่ยงหรืองดไปได้เลยก็เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของเรามากกว่าด้วยค่ะ 8.  บอกลาพฤติกรรมการสูบบุหรี่ เเค่ขึ้นชื่อว่า สูบบุหรี่ ก็มองไม่เห็นประโยชน์อะไรอยู่เเล้ว หากคุณป่วยด้วยโรคกระเพาะด้วยเเล้วล่ะก็ การสูบบุหรี่จะยิ่งเป็นการบั่นทอนสุขภาพมากเข้าไปอีก  เพราะนอกจากจะเป็นการทำให้สุขภาพปอดของคุณเสื่อมประสิทธิภาพเเล้ว  สารพิษต่างๆ ที่อยู่ภายในบุหรี่จะเข้าไปชะลอการรักษากระเพาะอาหารทำให้อาการหนักขึ้น  9.  หลีกเลี่ยงความเครียดทำตัวให้ผ่อนคลายอยู่เสมอพยายามหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่างๆ นานาที่ทำให้คุณเกิดความเครียด  เพราะเมื่อร่างกายของเราเกิดความเครียดมันก็จะปล่อยสารที่มีฤทธิ์เป็นกรดในกระเพาะอาหารออกมามากขึ้น ซึ่งมันก็จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ดังนั้นหมั่นผ่อนคลายร่างกาย เเละจิตใจของคุณจากความเครียดอยู่เสมอ ด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การออกกำลังกาย ทำงานอดิเรกที่ชอบ หรือการเล่นโยคะ ที่ช่วยให้ทั้งสุขภาพกายเเละสุขภาพใจของคุณเเข็งเเรงขึ้นนั่นเองค่ะ เห็นไหมล่ะค่ะว่าพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารที่คุณมองข้ามไปก็อาจจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณต้องเสี่ยงต่อโรคกระเพาะอาหารได้เหมือนกันดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการป้องกันหรือรักษาโรคกระเพาะอาหารให้ได้ผลนั้น ก็จำเป็นจะต้องรักษากันที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการกินอาหาร ชนิดของอาหารที่คุณรับประทานเข้าไป หัวใจสำคัญของการดูเเลรักษาตัวเองให้ห่างไกลโรคกระเพาะอาหารก็คือ การหันมาให้ความสำคัญกับการกินอาหาร เเต่หากคุณพยายามปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารเเล้วเเต่ยังไม่มีทีท่าว่าอาการของโรคกระเพาะอาหารจะหายไปเเล้วล่ะก็ควรรีบไปพบเเพทย์เพื่อขอคำปรึกษาอย่างถูกต้องเเละหาสาเหตุที่ชัดเจน อย่าลืมนะคะว่า…ทุกอย่างนั้นเริ่มต้นได้ที่ตัวของคุณเองค่ะติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพ…คลิก >  https://www.facebook.com/youhealth.info ติดตามช่อง youtube channel….คลิก > https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health 

ชาปลายมือปลายเท้า ไม่ควรนิ่งนอนใจ!

อาการชา  ชาตามมือเท้าหรือ ชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้า  เป็นอาการที่พบได้มากในกลุ่มคนทำงาน ที่อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ บางคนมีอาการเพียงชั่วครู่ บางคนก็มีอาการมากกว่านั้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน ทำให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่ทั่วถึง  การที่ร่างกายมีระดับธาตุเเละวิตามินผิดปกติ  อาการชาถือว่าเป็นอาการทางระบบประสาทเเม้ว่าดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เเต่ก็อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดความรำคาญ เเละตัวของผู้ป่วยเองก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาจเป็นสัญญาณหนึ่งของร่างกายที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบประสาท โดยเฉพาะเมื่อหากคุณมีอาการมือเท้าชาบ่อยครั้งนั่นเองค่ะ จึงควรหาสาเหตุเเละวิธีการแก้ไขอาการก่อนที่จะเกิดอาการเเทรกซ้อนอื่นๆ ตามมานั่นเองค่ะ อาการชา เป็นอาการผิดปกติของระบบประสาทรับความรู้สึก ซึ่งจริงๆ เเล้วสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะที่นิ้วมือ เเขน เท้า หรือขา เป็นอาการที่มีความรู้สึกเจ็บ ปวด ร้อน หรือเย็นน้อยกว่าปกติหรือไม่มีความรู้สึกเลย บางคนอาจรู้สึกชาที่ปลายเท้าหรือบริเวณอื่นๆ คล้ายกับมีอะไรยุบยิบตามปลายมือปลายเท้าเเต่จริงๆ เเล้วอาการชาเกิดจากหลายสาเหตุเเละมีด้วยกันหลายประเภท ทั้งอาการชาเฉพาะจุด ชาเเขนหรือขาข้างเดียว หรือชาเฉพาะขา เเขนไม่ชา หรือชาเฉพาะเเขน ไม่ชาขา หรืออาจจะชาทั้งเเขนเเละขาเลยก็ได้โดยอาการชาที่เกิดขึ้นที่เเขนหรือขาข้างเดียวนั้นมักจะเกิดจากอาการบาดเจ็บหรือกดทับของเส้นประสาทบริเวณนั้นเเค่บริเวณเดียว เช่น การที่มือข้าวเดียวมักจะเกิดจากการกดทับของเส้นประสาทที่บริเวณข้อมือ ที่พบมากที่สุด คือ อาการของโรคอุโมงค์ข้อมือในข้อมือข้างนั้นๆ  ส่วนอาการชาที่เกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งข้าง อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ที่แอบซ่อนอยู่ การเกิดอาการชาที่ปลายเท้าทั้งสองข้างในลักษณะที่เหมือนกับการใส่ถุงเท้านั้นเป็นลักษณะของปลายประสาทผิดปกติจากโรคเบาหวานเรื้อรัง (Diabetic neuropathy) อาการหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท (Herniate disc) จะทำให้เกิดอาการชาตรงกับระดับที่ตรงกับไขสันหลังที่เกิดการกดทับ การขาดวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินอี วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 เเละวิตามินบี 12 ก็จะทำให้เกิดอาการเช่นนี้ได้เหมือนกัน หรือเเม้อย่างปัจจัยเสี่ยงจากการที่คุณดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้เกิดอาการเช่นนี้ได้เเต่ถึงเเม้ว่าอาการชาปลายมือปลายเท้านั้นจะเกิดจากสาเหตุที่ไม่เป็นอันตรายร้ายเเรง เเต่ก็มีบางส่วนที่เกิดจากโรคอันตราย เช่น ภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันหรือเเตกในกรณีที่รู็สาเหตุเเน่ชัดว่าอาการชาปลายมือปลายเท้านั้นเกิดจากอะไร  เเพทย์ก็จะทำการรักษาตามสาเหตุนั้นๆ เช่น  มือเท้าชาที่เกิดจากโรคเบาหวาน อาการชาเองก็เป็นภาวะเเทกซ้อนที่เเสดงถึงภาวะของโรคเบาหวานที่รุนเเรงมากขึ้น ดังนั้นผู้ป่วยโรคเบาหวานหากจะบรรเทาหรือรักษาอาการนี้ก็ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม เเต่หากในกรณีที่ไม่สามารถหากสาเหตุของอาการชาปลายมือปลายเท้าได้ ก็ควรรีบไปปรึกษาเเพทย์ เพราะหากอาการชานั้นเกิดบ่อยขึ้นเเต่คุณปล่อยไว้ เสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือบาดเเผลได้ง่ายมากขึ้น เช่น หากเท้าเหยียบตะปูหรือมือถูกของร้อนคุณจะไม่สามารถชักมือหนีจากของร้อน ทำให้เท้าเเละมือเกิดบาดแผลได้ง่าย ซึ่งจะเเตกต่างจากคนทั่วไปที่เมื่อเจอสถานการณ์เเบบนี้จะรับชักมือหนีเลยทันที  นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษนั่นเองค่ะ  ชาปลายมือปลายเท้าบ่อยเเค่ไหนไม่ควรวางใจ…ควรไปพบเเพทย์หากมีอาการชาที่บริเวณปลายมือปลายเท้าตั้งเเต่ 2 – 3 วันขึ้นไป เเละไม่มีทีท่าว่าอาการเหล่านี้จะดีขึ้นเเล้วล่ะก็ให้คุณเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ออกกำลังกายเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวันให้บ่อยขึ้นรวมถึงเปลี่ยนที่นอนเปลี่ยนหมอนหากอาการมือเท้าชาของคุณยังไม่ดีขึ้น ภายในระยะเวลาราว 1 สัปดาห์ ก็ไม่ควรปล่อยไว้อีกต่อไปให้รีบไปพบเเพทย์เพื่อหาสาเหตุเเละเเนวทางในการรักษาเพื่อให้เกิดอาการลุกลามไปมากหว่านี้นั่นเองค่ะ ***สำหรับอาการชาที่ที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติในสมองนั้นจะสังเกตได้ว่าจะมีการชาเป็นบริเวณที่เป็นซีกๆ ไม่ว่าจะซีกขวาหรือซีกซ้ายด้านใดด้านหนึ่ง เเละอาจมีอาการอ่อนเเรง หยิบจับของไม่ติด เดินเเล้วขาหรือข้อเท้ายกไม่ขึ้นร่วมกันด้วย ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ก็ไม่ต้องรอสังเกตอะไรอีกเเล้วค่ะ  รีบไปพบเเพทย์ให้ด่วนที่สุดเลยดูเเลตัวเองจากอาการชาเนื่องจากอาการชาเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสาเหตุที่เราสามารถป้องกันหรือดูเเลได้หากคุณทราบสาเหตุของอาการชาก็จะสามารถแก้ไขได้ที่สาเหตุอย่างตรงจุดนั่นเองค่ะเช่น หากเกิดอาการชาจากภาวะเบาหวาน ถ้าผู้ป่วยสามารถควบคุมน้ำตาลได้ดี ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม อาการชาก็มักจะค่อยๆ ดีขึ้นได้ เเม้จะไม่หายในคราวเดียว เเต่ก็จะค่อยๆ ลดระดับลงเมื่อเวลาผ่านไป อาการชาจากเส้นประสาทถูกกดทับ ไม่ว่าจะเป็นเฉพาะที่อย่างโรคอุโมงค์ข้อมือ หรือชาเป็นระดับ เพราะไขสันหลังถูกกดจากการที่มีหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาทโรคเหล่านี้ได้ไปพบเเพทย์ เพราะอาจต้องทำการรักษาที่มากกว่าการรับประทานยา  อาการชาจากการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินเเละเป็นเวลานานนั้น วิธีการดูเเลก็ไม่ยากเลยค่ะ เพราะหากคุณสามารถลด ลด หรือเลิกดื่มไปเลยได้ อาการก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ นั่นเองเราจะป้องกันตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลอาการชา…เเน่นอนค่ะว่าหลายคนคงเกิดข้อสงสัยเเล้วว่าเราจะป้องกันตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลจากอาการเหน็บชาได้บ้าง ลองตามเราไปกันค่ะ เพราะเราทราบดีกว่าอาการชาเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ซึ่งสาเหตุที่เราสามารถป้องกันด้วยตัวเองได้ก็มีไม่กี่อย่าง เช่น  ภาวะขาดวิตามิน E  เเละวิตามิน B1 B6 เเละ B12 ที่อาจทำให้เกิดอาการชาได้ เราก็สามารถป้องกันมันได้ด้วยการกินอาหารที่เป็นเเหล่งของวิตามินเหล่านี้นี่ล่ะค่ะ  วิตามิน E  เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ร่างกายสามารถสะสมไว้ใช้ได้เป็นระยะเวลาค่อนข้างนาน  พบได้ในน้ำมันดอกทานตะวัน  น้ำมันรำข้าว  เเละน้ำมันถั่วเหลือง นอกจากนี้เเล้วก็ยังพบได้ในธัญพืชจำพวกถั่ว เป็นต้น วิตามิน B 1  สามารถพบได้ในผักใบเขียว เนื้อสัตว์ เเละถั่วชนิดต่างๆ  วิตามิน B 6  สามารถพบได้ในตับ เนื้อปลา เนื้อไก่ เเละธัญพืช เป็นต้นค่ะ วิตามิน B 12  พบได้มากในตับ  เนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา เเละธัญพืชต่างๆเองก็มีวิตามิน B 12 ด้วยเช่นกันค่ะ  ดังนั้นเเล้วการได้รับวิตามินในกลุ่มวิตามิน B จึงเป็นสิ่งสำคัญ เเละจำเป็นต่อร่างกายนั่นเองค่ะ หลายคนเมื่ออ่านมาถึงบรรทัดนี้เเล้วก็คงจะพอได้ข้อมูลดีๆ ที่คุณพอจะนำไปปรับใช้หรือติดตัวไว้เป็นความรู้ได้เเล้วนะคะ เเม้ว่าอาการชาปลายมือปลายเท้าจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือเกิดขึ้นเป็นบางครั้งคราวสำหรับใครหลายคน เเต่นั่นล่ะค่ะก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณควรมองข้าม มันก็อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของภาวะหรือโรคที่รุนเเรงขึ้นโดยเฉพาะหากคุณเกิดอาการชาบ่อยครั้งเเละรุนเเรงมากขึ้น ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบไปพบเเพทย์เพื่อหาสาเหตุที่เเท้จริงเเละทำการรักษาก่อนที่โรคหรือภาวะเเทรกซ้อนต่างๆ จะทวีความรุนเเรงมากขึ้น เพราะหากเราหาสาเหตุได้เร็วก็ย่อมทำให้การรักษาเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นไปด้วยนั่นเอง ดังนั้นหมั่นสังเกตตัวเองอยู่เสมอหากเกิดความผิดปกติเเล้วคุณรับมือได้ทัน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการที่มันจะบานปลายไปสู่ภาวะต่างๆได้……ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพอื่นๆ…คลิก > https://www.facebook.com/youhealth.info ติดตามช่อง youtube channel..คลิก > https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health