Month: July 2020

ใส่หน้ากาก ล้างมือ กินร้อน ช้อนส่วนตัว ป้องกันโควิด-19

ใส่หน้ากาก ล้างมือ กินร้อน ช้อนส่วนตัว ป้องกันโควิด-19   เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “กินร้อน ช้อน กลาง ล้างมือ” กันมาบ้างนะคะโดยเฉพาะหากคุณย้อนเวลากลับไป 10 กว่าปีที่ผ่านมาในช่วงที่เกิดการเเพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัส H1N1 เเพร่ระบาดไปทั่วโลกเหมือนกัน ทำให้กระทรวงสาธารณสุขเกิดนโยบายสำคัญที่เราพูดกันจนชินว่า  “กินร้อนช้อนกลางล้างมือ” เพื่อต้องการรณรงค์ให้ประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารใหม่โดยให้หันมารับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ใช้ช้อนกลาง เเละล้างมือให้สะอาดทุกครั้งเพื่อสุขอนามัยที่ดี เเม้ว่าโรคระบาดในครั้งนั้นผ่านพ้นมาเเล้ว เเต่นโยบายนี้ก็ยังได้รับการนำมาใช้เสมอเพราะเชื่อว่าเป็นการป้องกันโรคระบาดติดต่อได้เป็นอย่างดี ทว่านั่นอาจใช้ไม่ได้นำมาใช้กับสถานการณ์การเเพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19(COVID-19) ที่กำลังเเพร่ระบาดอย่างหนักในตอนนี้ โดยเฉพาะวลีที่ว่า “ช้อนกลาง” เพราะนี่อาจไม่ใช่เเนวทางที่ปลอดภัยสำหรับสถานการณ์ของโรคนี้นัก  วันนี้ you-health เลยขออาสานำทุกคนไปดูวิธีการปฏิบัติเพื่อป้องกันโควิด-19 ด้วยหลักการ “ใส่หน้ากาก ล้างมือ กินร้อน ช้อนส่วนตัว” เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปพร้อมกันค่ะ เมื่อ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ต้องเปลี่ยนแปลง เรื่องที่อาจจะต้องเปลี่ยนไปจากประโยคดังกล่าวก็คือ “ช้อนกลาง” นั่นเองค่ะ เนื่องจากโควิด-19 เป็นโรคระบาดที่เกิดจากเชื้อไวรัสเเละติดต่อถึงกันได้ง่ายหากไม่ป้องกันให้ดี นอกจากเราจะต้องอยู่ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตรเเล้ว ก็ไม่ควรใช้สิ่งของร่วมกันเพราะหากมีใครคนใดคนหนึ่งไอหรือจาม ละอองที่ถูกพ่นออกมาจากจมูกหรือปากอาจมีเชื้อไวรัสอยู่ เเละฟุ้งกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่สาธารณะ “มือ” ของเราจึงเป็นอวัยวะที่กักเก็บเชื้อโรค หรือเชื้อไวรัสต่างๆ เข้าสู่ร่างกายได้ดีที่สุด ลองคิดดูซิค่ะว่าในวันหนึ่งๆเราต้องไปสัมผัสกับอะไรตั้งมากมาย โดยเฉพาะลูกบิดประตู ราวจับ ต่างๆ เป็นต้น จากความเชื่อที่ว่าการใช้ช้อนกลางในการรับประทานอย่างที่เราคุ้นเคย จากที่จะเป็นการป้องกันเชื้อก็อาจกลายเป็นเเหล่งเเพร่เชื้อซะเเทน นั่นก็เพราะการเปลี่ยนมือกันจับช้อนคันเดิมวนไปวนมา อาจทำให้ช้อนกลางคันนั้นมีความเสี่ยงไม่ต่างหากลูกบิดประตูห้องน้ำเลยล่ะค่ะ ดังนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือดังนั้นทางที่ดีที่สุด คือหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกันในช่วงนี้ไปก่อนเลยค่ะ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ระหว่างนี้ช้อนใครช้อนมันหรือตักราดข้าวให้เสร็จเป็นจานๆไป เเยกสำรับใครสำรับมันเเละมีช้อนส้อมเป็นของตัวเองไป ไม่ตักอาหารหรือใช้มือหยิบอาหารร่วมจานเดียวกัน “ใส่หน้ากากล้างมือกินร้อนช้อนส่วนตัว”ป้องกันโควิด-19 The iCon Groupสินค้าเพื่อสุขภาพแบรนด์ Boom ใส่หน้ากาก สวมหน้ากากอนามัยให้คลุมทั้งปากเเละจมูก โดยให้ขอบลวดด้านบนสันจมูกเเละรอยจีบคล่ำลงเเล้วกดตรงขดลวดให้รัดกับจมูก โดยพยายามให้หน้ากากเเนบกับใบหน้าให้มากที่สุด เเละมีช่องอากาศน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เมื่อสวมหน้ากากอนามัยเเล้วให้หลีกเลี่ยงการใช้มือกับหน้ากากเพื่อป้องกันการปนเปื้อนหรือสัมผัสเชื้อโรค เมื่อหน้ากากชำรุดหรือเปอะเปื้อนควรถอดทิ้ง เเละเปลี่ยนหน้ากากใหม่ทันที ล้างมือ พยายามล้างมือบ่อยๆ เพื่อเป็นการลดการนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจากการสัมผัสใบหน้าปาก เเละตา โดยควรใช้สบู่หรือน้ำยาล้างมือในการทำความสะอาดเเละล้างให้ทั่วถึงเป็นเวลานานเพียงพอ หรืออาจใช้เป็นแอลกอฮอล์ในการทำความสะอาด เเต่ต้องให้นานเพียงพอเเละทำความสะอาดอย่างทั่วถึง กินร้อน  พยายามกินอาหารที่ได้รับการปรุงสุด สะอาด เเละมีคุณภาพดีเเละมีประโยชน์ เพื่อเป็นการลดโอกาสในการติดเชื้อที่มาจากอาหารเเละเสริมสร้างร่างกายให้เเข็งเเรง มีภูมิต้านทานที่พร้อมจะต่อกรกับเชื้อโรคได้นั่นเองค่ะ นอกเหนือจากนี้เเล้วยังมีข้อปฏิบัติสำคัญอีกอย่างก็คือ มาตรการ  Social Distancing หรือการเว้นระยะห่างระหว่างกัน ให้ได้ระยะประมาณ 1 เมตร ถึง 1 เมตรครึ่ง เพื่อลดโอกาสที่ละอองน้ำลายจากผู้ติดเชื้อ อาจจะกระเด็นมาถึงตัวเรา เเละเราอาจเผลอสูดดมเข้าไป หยุดการเข้าร่วมกิจกรรมที่จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงจากการติดเชื้อจากการที่คนจะมาชุมนุม ใกล้ชิด หรืออยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก ในช่วงเวลาที่สถานการณ์การเเพร่ระบาดรุนเเรงขึ้นจนสร้างความวิตกกังวลหรือตื่นตระหนกเเบบนี้นอกจากเราต้องมีสติเเละรู้จักวิธีการป้องกันตัวเองให้ดียิ่งขึ้นเเล้ว นโยบายที่ว่า “กินร้อนช้อนกลางล้างมือ” เห็นทีว่าอาจจะถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงไปเเล้วล่ะค่ะ เเล้วลองหันมาถือข้อปฏิบัติที่ว่า “ใส่หน้ากาก ล้างมือ กินร้อน ช้อนส่วนตัว” กันไปก่อนเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงเเละป้องกันโควิด-19 ไปด้วยกัน ระหว่างนี้ก็ออกจากบ้านให้น้อยที่สุดจะดีกว่านะคะ เรื่องเเบบนี้นอกจากมาตรการป้องกันจากหน่วยงานต่างๆ เเล้วเราเองก็ต้องช่วยกันด้วยนะคะทุกคน

สุขภาพน่ารู้! กินข้าวบนโต๊ะทำงาน เสี่ยงสุขภาพพัง! ไม่รู้ตัว

สุขภาพน่ารู้! กินข้าวบนโต๊ะทำงาน เสี่ยงสุขภาพพัง! ไม่รู้ตัว พักเที่ยงเเล้ว ได้เวลากินข้าว! เที่ยงตรงเมื่อไหร่ พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ก็อยากจะรีบดีดตัวเองออกจากเก้าอี้ทำงานเเล้วลงไปพักเที่ยงกับเพื่อนๆ เเต่ก็เชื่อว่ายังมีกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ลุกไปพักเที่ยงเหมือนกับคนทั่วไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลว่างานที่อยู่ตรงหน้ายังคั่งค้างอยู่ไม่อยากลุกไปไหน อยากปั่นงานต่อให้เสร็จ หลายคนจึงเลือกที่จะรับประทานมื้อกลางวันบนโต๊ะทำงานของตัวเอง**เเต่เดี๋ยวก่อนค่ะ คุณทราบหรือไม่ค่ะว่าการกินข้าวบนโต๊ะทำงาน เรื่องที่หลายคนมองว่าเล็กน้อยไม่มีอะไร เเต่มันก็สร้างผลเสียให้ร่างกายของเราได้ ทำลายสุขภาพของเราได้เหมือนกัน  นอกจากจะเกิดผลเสียต่อร่างกายเเล้วก็ยังทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของคุณลดน้อยลงด้วย  ตามเราไปดูข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้กันค่ะ สินค้าเพื่อสุขภาพแบรนด์ Boom   สุขภาพพัง!…เพราะไม่อยากลุกไปไหน? – เราจะเลือกรับประทานได้เเย่ลง เเน่นอนค่ะว่าเมื่อถึงเวลาพักเที่ยงเเล้วต้องไปหามื้อเที่ยงกิน เเต่ถ้าคุณไม่ได้ลงไปพักกินมื้อเที่ยงเเบบคนื่น ตัวเลือกมื้อเที่ยงที่คุณจะรับประทานบนโต๊ะทำงานของตัวเองนั้น ก็ย่อมมีตัวเลือกน้อยลงเเละที่เห็นได้ทั่วไปก็คือ อาหารที่ต้องเวฟในไมโครเวฟ ขนมปัง กาเเฟ หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สารอาหารจากมื้อเที่ยงเเบบนี้ที่คุณเลือกจึงเเทบไม่มีอะไรที่ดีต่อสุขภาพของเราเลย  บางอาหารอาจไร้โปรตีนหรือใยอาหารเลย เเละเมื่อรับประทานอาหารเหล่านี้อยู่บ่อยๆ นี่ล่ะค่ะคือจุดเริ่มต้นของโรคฮิตต่างๆ มากมาย เช่น โรคอ้วน  โรคหัวใจ  โรคเบาหวาน เเละโรคอื่นๆ ตามมาได้ – เมื่อไม่ลุกไปพักเที่ยง..คุณก็จะนั่งทำงานต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด ทราบหรือไม่ค่ะว่าการทานอาหารเที่ยงบนโต๊ะทำงานเเละทำไปพร้อมๆ กับการทำงานนั้นก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการที่เราทานไปด้วยดูโทรทัศน์ไปด้วย  สิ่งที่คุณสัมผัสได้ก็คือ ความเพลิน ทำให้คุณนั่งทำงานจนเพลิน ไหนจะกินเพลิน เเละนั่นอาจทำให้คุณรับประทานอาหารเข้าไปมากเกินโดยที่ไม่รู้ตัว  เพราะมัวเเต่ใจจดใจจ่ออยู่กับงานบนหน้าจอหมดเเล้ว เเละเเน่นอนว่าคุณจะไม่ได้ลุกขึ้นไปผ่อนคลายสมองหรือขยับเส้นสายอะไรเลย  ความเครียดที่สั่งสมมาจากการทำงานเหล่านี้จะส่งผลต่อต่อมหมวกไตทำให้มันปล่อยฮอร์โมนตัวหนึ่งที่ชื่อ“คอร์ติซอล”  (cortisol) ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นความอยากอาหาร ทำให้คุณสามารถรับประทานต่อไปได้เรื่อยๆ ไม่หยุดสักที นอกจากทานเยอะขึ้นเเล้ว ร่างกายของคุณก็จะโหยหาของหวานกินเข้าไปมากขึ้น ผลเสียที่ตามมาคืออะไรนะเหรอค่ะ?  เมื่อระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงขึ้นมันจะส่งผลต่อระดับอินซูลินในร่างกายของเราที่สูงตามไปด้วย ทำให้คุณอยากทานของหวานมากเข้าไปเรื่อยๆ ใครที่กำลังลดหรือควบคุมน้ำหนักอยู่ล่ะก็เลิกฝันไปได้เลยล่ะค่ะ  เพราะคุณจะไม่มีวันลดน้ำหนักได้เลย ถ้ามื้อเที่ยงของคุณเป็นเเบบนี้ – นั่งนานจนระบบหมุนเวียนโลหิตเสื่อมประสิทธิภาพลง มีผลการสำรวจอย่างจริงจัง เเละพบว่า กลุ่มคนทำงาน โดยเฉพาะคนทำงานรุ่นใหม่ไฟเเรงที่ทานอาหารบนโต๊ะทำงาน เเละนั่งทำงานอยู่อย่างนั้นโดยไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถของตัวเองเลยเกิน90นาที จะทำให้อัตราการไหลเวียนเลือกบริเวณใต้หัวเข่าลงไปลดลงถึง 50% เเละยังมีความเสี่ยงที่จะเลือกจะจับตัวเป็นลิ่มสูงกว่าคนทั่วไปถึง 2.2 เท่า เลยล่ะค่ะ – เริ่มป่วยย่อย ป่วยเเล้วกินเวลานาน เเล้วก็หายยาก คุณอาจจะคาดไม่ถึงความสำคัญของเรื่องนี้กันเลยใช่ไหมล่ะค่ะ? หลายคนถึงกับตั้งคำถามกับตัวเองว่า  เเค่ไม่ลุกลงไปทานมื้อเที่ยงเเค่กินข้าวบนโต๊ะทำงาน  มันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้ยังไง? เพราะวิธีการรับประทานอาหารบนโต๊ะทำงานของคุณมักเป็นไปพร้อมๆกับการทำงานไปด้วย กัดเข้าไปหนึ่งคำก็นั่งทำงานต่อ เช็ดปากเเล้วก็ไปคลิกเมาส์อีกที เหล่านี้ก็เกิดเชื้อโรคได้ง่ายเหมือนกัน  เเละคาดได้ว่าเชื้อโรคทั้งหมดก็น่าจะกองรวมอยู่ที่เมาส์หรือเเป้นพิมพ์ไปเเล้วล่ะค่ะ  งั้นลองคิดดูซิค่ะว่าโต๊ะทำงานของคุณนั้นกลายเป็นเเหล่งหมักหมมเชื้อโรคไปเท่าไหร่เเล้ว เเละเชื้อโรคเหล่านี้มันก็จะบ่มเพาะต่อไปเรื่อยๆ เมื่อคุณสัมผัสทุกวัน ตา หู จมูก หรือนิ้วมือของคุณก็จะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย  เเละหากคุณยังมีพฤติกรรมกินข้าวกลางวันบนโต๊ะทำงานเเบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ มันจะวนลูปต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเเน่นอนค่ะ  ยิ่งใครที่มีระบบภูมิคุ้มกันที่ต่ำอยู่เเล้วก็จะทำให้เจ็บไข้ได้ง่ายขึ้นอีกด้วยล่ะค่ะ งานก็ไม่มีประสิทธิภาพ… ทั้งที่ยอมลงทุนไม่ไปกินมื้อเที่ยงเเล้วเเท้!  บางครั้งสิ่งที่คุณคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะเเลกกับการไม่เสียเวลาเดินไปกินข้าว ไม่เสียเวลาในร้านอาหาร เพื่อเเลกกับงานที่สามารถทได้อย่างต่อเนื่อง หรือเสร็จอย่างรวดเร็ว เเต่นี่ก็อาจเป็นวิธีคิดที่ไม่ถูกต้องก็เป็นได้นะคะ  เพราะถึงเเม้คุณยอมลงทุนไม่ออกไปกินมื้อเที่ยงที่ไหนก็ใช่ว่างานที่คุณรีบปั่นอยู่นั้นจะมีประสิทธิภาพซะเมื่อไหร่ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งให้ข้อมูลถึงเรื่องนี้ว่า คนที่ทำงานในสายที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ทุกวัน จะเกิดไอเดียใหม่ๆ เจออะไรใหม่ๆ เมื่อได้ออกไปเปิดหูเปิดตามากกว่าที่จะนั่งคิดอยู่กับที่เพียงอย่างเดียว  ดังนั้นก็หมายความว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลยนะคะที่คุณจะไม่เลือกลงไปพักเที่ยงเพื่อนั่งทำงานเพราะบางทีตกบ่ายไปเเล้วงานคุณก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดี!เพราะสมองมันไม่ได้ผ่อนคลายเลย ไหนจะเป็นการเพิ่มความเครียดให้กับงานมากขึ้นอีกด้วย ทำไมใช่ไหมค่ะ? การนั่งทานข้าวมื้อเที่ยงอยู่หน้าจอคอมพิวเจอร์คนเดียว คุณก็ขาดการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานคนอื่น  ไม่ได้พูดคุยเเลกเปลี่ยนความเห็น หรือเรียกง่ายๆ ว่าไม่ได้ออกไปเข้าสังคม ไหนจะเรื่องเเรงกดดันที่มีกับตัวเองเเละงาน คุณก็ต้องตกอยู่ในสภาวพความเครียดมากกว่าคนอื่นทั่วไปที่ลงไปพักเที่ยง เเละเเน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องดีกับงานที่อยู่ตรงหน้าของคุณเเน่ค่ะ.. อาจเป็นเป้าหมายในการทำงานของพนักงานออฟฟิศหลายๆ คนนะคะ หลายคนมีไฟในการทำงานเเบบพลุ่งพล่าน จนไม่สามารถมีอะไรมาหยุดยั้งได้ ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ดีของคนทำงานหลายๆ คนเเต่คุณเเน่ใจเเล้วหรือค่ะว่า  มันดีต่อสุขภาพจริงๆ เพราะต่อให้ใจของคุณรักงานที่อยู่ตรงหน้ามากเเค่ไหน  วันหนึ่งที่สุขภาพของคุณมันฟ้องว่าไม่ไหว ต่อให้คุณคิดถึงงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เเค่ไหนคุณก็ไม่มีพละกำลังจะไปทำมันอยู่ดี ทางที่ดีที่สุดเเล้วเราหันมาให้ชีวิตให้สมดุล ทำงานเเบบสมดุล  เเบ่งเวลาพักงานให้ดีไม่ให้มันเป็นการทำลายสุขภาพของเรา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคุณสักหน่อยสมดุล จากคนที่ชอบรับประทานอาหารกลางวันบนโต๊ะทำงานเป็นประจำ ลองออกไปพักเที่ยงกับเพื่อนร่วมงานบ้าง นอกจากคุณจะได้ปรับสมดุลในเรื่องสุขภาพให้ดีขึ้นเเล้ว  เรื่องประสิทธิภาพในการทำงานก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น  เเถมคุณยังได้เพิ่มปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานได้อีกด้วยนะคะ **ว่าเเล้ว…เที่ยงนี้ ลุกขึ้นดีดตัวออกไปจากเก้าอี้เเละโต๊ะทำงาน เเล้วไปทานมื้อเที่ยงกันเถอะค่ะ!

Boom ขายออนไลน์สร้างรายได้ผ่านมือถือ

Boom ขายออนไลน์สร้างรายได้ผ่านมือถือ กาแฟลดความอ้วน Room Coffee โปรโมชั่นพิเศษ!!  ซื้อ2แถม1 ราคาเพียง960บาท  ซื้อ4แถม2ราคาเพียง1,920บาท  ซื้อ10แถม5ราคาเพียง4,800บาท  โปรโมชั่นคืนกำไรให้ลูกค้า!!  

วิธีดับกลิ่นทุเรียน เเรงเเค่ไหนก็เอาอยู่!

วิธีดับกลิ่นทุเรียน เเรงเเค่ไหนก็เอาอยู่! กลิ่นทุเรียน นี่มันกลิ่นทุเรียนนี่นา… เเม้จะผ่านพ้นช่วงเทศกาลทุเรียนไปบ้างเเล้ว เเต่ขอบอกเลยว่าต่อให้ปีหน้าหรือเทศกาลต่อไปจะเวียนมาถึงอีกครั้ง สองข้างทางหรือในตลาดสด หรือตามแผงทุเรียนต่างๆ จะต้องอุ่นหนาฝาคั่งไปด้วยผลผลิตทุเรียนอย่างเเน่นอน ซึ่งถ้าพูดถึงเอกลักษณ์ของราชาผลไม้อย่างทุเรียนเเล้วก็คงหนีไม่พ้นเรื่องกลิ่นรุนเเรง รัญจวนใจของทุเรียนเป็นเเน่ เขาว่ากันว่าใครที่ชอบกินทุเรียนต่อให้สูด  ให้ดมเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อ เเต่ถ้าใครที่ถึงขั้นเกลียดทุเรียนเเล้วล่ะก็ไม่มีวันโอเคกับกลิ่นรุนเเรงของทุเรียนเป็นเเน่ ไหนๆก็ไหนๆ เราเลยขอนำเคล็ดลับดับกลิ่นทุเรียนที่หอมฟุ้งทั่วห้องเเอร์ หรือในตู้เย็นมาบอกเล่าทุกคนกันจ้า พร้อมเเล้วตามเรามาโลดจ้า กากกาเเฟหอมกรุ่น งานนี้ถ้าคุณพ่อบ้านเเม่บ้านคนไหนเป็นคอกาเเฟอยู่เเล้วก็ไม่ต้องซีเรียสไปเลยค่ะ  เพราะกากกาเเฟเเบบที่คุณชงสด หรือจะเป็นเเบบสำเร็จรูป ก็แก้ปัญหากลิ่นเเรงของทุเรียนได้เหมือนกัน  เเล้วนำมาใส่กล่องหรือจานขนาดเล็ก เเล้วนำไปวางไว้ในตู้เย็น ประมาณ 2 – 3 วัน กลิ่นของทุเรียนก็จะหายไปอย่างเเน่นอนค่ะ เเถมคุณยังได้ความหอมสดชื่นของกากกาเเฟมาอีกด้วยนะคะเนี่ย สินค้าเพื่อสุขภาพแบรนด์ Boom ช่อใบเตยช่วยได้ดี ส่วนใหญ่เเล้วเรานิยมนำช่อใบเตยไปวางหรือเเขวนไว้ในรถ ในตู้เสื้อผ้า หรือตามตู้หับต่างๆ นี่ก็หลักการเดียวกันเลยจ้า เพราะช่อใบเตยส่งกลิ่นหอมชื่นใจช่วยดับกลิ่นความรุนเเรงของทุเรียนได้ง่ายๆ เลยจ้า ถ้ากลิ่นยังไม่คลายไปจนหมด เเต่ช่อใบเตยของคุณดันเหี่ยวเเละหมดกลิ่นซะก่อน ก็ต้องนำช่อใหม่มาเปลี่ยนด้วยนะจ๊ะ ลองใช้ถ่านดูไหมล่ะ? เขาว่ากันว่าถ่านขึ้นชื่อในเรื่องของการช่วยดูดซับกลิ่นต่างๆ เราเคยลองนำถ่านก้อนมาใส่ในตู้เย็นเพื่อช่วยดูดซับความชื้นเเละกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปได้ฉันใด ถ่านก็ช่วยบอกลากลิ่นทุดเรียนได้ฉันนั้นค่ะอย่าหาว่าเราโม้  เพราะลองคุณนำถ่านไม้ไปวางไว้ในตู้เย็น  หรือจะนำถ่านสัก 2 – 3 ก้อนนำไปใส่กระป๋องเเล้วนำไปไว้ในตู้เย็น ในห้องแอร์หรือเเม้เเตใครที่ซื้อทุเรียนเเล้วนำขึ้นรถ รูพรุนจากถ่านนั้นจะคอยช่วยดูดซับกลิ่นของทุเรียนเอาไว้ ช่วยได้ดีเลยล่ะค่ะ ใบชาช่วยลดกลิ่นเเรง ไหนค่ะ บ้านไหนที่ซื้อทุเรียนเข้าห้องเเอร์ที่ไรก็เป็นอันต้องหนักใจกับกลิ่นที่ยังลอยตลบอบอวลอยู่ในห้องกันบ้าง  หยิบใบชามาช่วยแก้ปัญหากันดีกว่าจ้า วิธีการก็ไม่ยุ่งยากเลยเพียงเเค่ ใส่ใบชาลงไปในซองหรือกล่องพลาสติกเจาะรูหรือจะเป็นถุงชาที่ใช้เเล้วก็ได้นะคะ เเล้วให้นำไปวางไว้ในตู้เย็นหรือตามจุดต่างๆ ของห้องเเอร์สักระยะ รับรองว่า กลิ่นทุเรียนกวนใจหายไปเเน่นอน เเถมยังมอบกลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบชาอีกด้วย ฟันธง! ขนมปังแผ่น…ช่วยได้นะจ๊ะ อย่าทำเป็นเล่นไปค่ะ นาทีนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เเม้จะดูเป็นไอเท็มกำจัดกลิ่นทุเรียนที่ออกจำแปลกๆ สักหน่อย เเต่ขอบอกว่าอย่าดูถูกขนมปังแผ่นเลยเด็ดขาด เพราะเเค่คุณลองนำขนมปังแผ่นสักประมาณ 2 แผ่น ไปใส่ไว้ในตู้เย็นที่คุณเเช่ทุเรียนอยู่ด้วย ก็จะช่วยซึมซับกลิ่นรุนเเรงของทุเรียนลงได้  เเต่วิธีการนี้อาจต้องอาศัยการขยันเปลี่ยนขนมปังบ่อยๆซะหน่อย รับรองว่าไม่เเย่เเน่นอนจ้า เป็นยังไงกันบ้างค่ะคุณพ่อบ้านเเม่บ้านทั้งหลายถูกใจวิธีไหนกันบ้างเอ่ย ปัญหาจากกลิ่นทุเรียนอาจไม่เกิดขึ้นกับบ้านที่ไม่ชอบรับประทานทุเรียนกันอยู่เเล้ว เเต่ถ้าบ้านไหนรับประทานกันเเล้วล่ะก็อาจจะต้องลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ดู รับรองว่ากลิ่นเเรงเเค่ไหนก็ไม่วายพ่ายเเพ้กับเคล็ดลับเหล่านี้อย่างเเน่นอนค่ะ  ส่วนวันนี้เราต้องลาไปก่อนเเล้วคราวหน้าเราจะนำทริคดีๆ เคล็ดลับเด็ดๆ เรื่องอะไรมาฝากกันอีกล่ะก็ อย่าลืมติดตามกันนะคะ

สมุนไพรไทยชะลอวัย สร้างภูมิต้านทาน ห่างไกลโรค

สมุนไพรไทยชะลอวัย สร้างภูมิต้านทาน ห่างไกลโรค วันเวลาล่วงเลย สิ่งต่างๆ รอบตัวของเราก็เปลี่ยนแปลงนะคะรวมถึงร่างกายของเราด้วย เเละเเน่นอนว่าวันหนึ่งเราทุกคนก็ต้องเดินไปสัมผัสกับ “ความชรา” ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างเเน่นอน เเม้หลายคนจะไม่ได้อยากแก่ก็สรรหาหนทางบำรุงกันไป วิธีโน้นบ้างวิธีนี้บ้าง บางวิธีก็ได้ผล บางวิธีก็ดูจะเสี่ยงอันตรายเกินไปสักหน่อย ลองดูวิธีง่ายๆ อย่างการรับประทานสมุนไพรดีไหมค่ะ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทาน ทานสมุนไพรให้เป็นอาหาร ที่นอกจากจะดีต่อสุขภาพของเราเเล้วขอบอกว่ายังช่วยทำหน้าที่เป็นเครื่องมือช่วยชะลอวัย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ไม่ทำให้คุณแก่เกินวัยอันสมควร ว่าเเล้วลองตามเราไปดูรายชื่อสมุนไพรช่วยชะลอวัยพร้อมกันเถอะค่ะ 1. กระเทียม “กระเทียม” ได้ชื่อว่าเป็นยาปฏิชีวนะที่ได้จากธรรมชาติเลยนะคะ เเถมยังเป็นสมุนไพรที่อยู่คู่ครัวคนไทยมาอย่างช้านาน  นอกจากขึ้นชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้เพื่อการรักษาโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเเล้ว  กระเทียมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนสำคัญในการช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง เเละช่วยทำให้ผิวหนังดูสดใสเปล่งปลั่งไม่ดูแก่ก่อนวัยนั่นเองค่ะ 2. ขมิ้นชัน เเน่นอนค่ะว่าสำหรับ “ขมิ้นชัน” เป็นอีกหนึ่งพืชสมุนไพรที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอาหารหลายเมนูทางใต้นิยมใช้ขมิ้นมาปรุงอาหาร  สามารถใช้ขมิ้นมาเพื่อดูเเลสุขภาพผิวพรรณของคุณได้ทั้งเเบบสดเเละเเบบเเห้ง สรรพคุณที่โดดเด่นของขมิ้นคือเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยสำคัญในการชะลอวัยเเละชะลอการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดีเลยนะคะ 3. ใบย่านาง ใบย่านางเป็นพืชที่อุดมไปด้วยสารเบต้าเเคโรทีนในปริมาณที่สูงมาก จึงสามารถช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคต่างๆ ในร่างกายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งคนเฒ่าคนแก่ยังนิยมคั้นน้ำสดๆเเล้วเอามาผสมแกงเเล้วรับประทาน สินค้าเพื่อสุขภาพแบรนด์ Boom 4. ดาวเรือง ดาวเรือง หรือดอกดาวเรือง ดอกไม้สีเหลืองที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีเนี่ยล่ะค่ะ เเทบไม่อยากเชื่อกันเลยใช่ไหมค่ะว่าจะเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่ช่วยชะลอวัยให้กับเราได้ด้วย เเต่ทราบไหมค่ะว่าดอกดาวเรืองเป็นสมุนไพรที่นิยมนำมารับประทานเเบบเเห้งหรือเเบบชา ดาวเรืองประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้เเล้วก็ยังมีสารลูทีนเเละซีเเซนทีนที่มีส่วนสำคัญในการช่วยบำรุงดวงตา ช่วยดูดซับเเสงสีฟ้าเเละสียูวี  ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการทำให้ใบหน้าของเราหมองคล้ำ เกิดรอยเหี่ยวย่นเเละริ้วรอยนั่นเองค่ะมากไปกว่านี้เเล้วก็ยังมีผลการศึกษาวิจัยเปิดเผยข้อมูลอีกนะคะว่า สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ภายในดอกดาวเรืองยังมีส่วนช่วยยับยั้งการสลายคอลลาเจน กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวหนังขอวงคนเราเเละยับยั้งเมลานินได้อีกด้วยล่ะค่ะ 5.  อัญชัน ดอกอัญชัน หนึ่งในดอกไม้ที่เราคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี จะนำมาคั้นเพื่อเพื่อนำมาทำเป็น น้ำดอกอัญชันก็ดื่มได้อร่อย สดชื่น เเละได้สุขภาพดี  เเต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นก็คือ ประโยชน์สำคัญในการช่วยชะลอวัย อัญชันเป็นพืชอีกชนิดที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง เเละยังประกอบไปด้วยสารแอนโธไซยานินที่ช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือด จึงช่วยชะลอวัยเเละดูเเลความงามของผิวพรรณให้คุณได้เป็นอย่างดีเลยนะคะ ใครที่ยังไม่เคยลองได้รับประทานสมุนไพรเหล่านี้กันก็น่าจะลองดูสักหน่อยนะคะ เพราะหากจะรับประทานสมุนไพรเหล่านี้ให้เป็นยาสำหรับใครหลายคนอาจไม่ถนักสักเท่าไหร่งั้นลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาลองรับประทานสมุนไพรให้เป็นอาหารก็น่าจะเวิร์กต่อสุขภาพไม่น้อยเลยนะคะ เพราะนอกจากสรรพคุณจะช่วยในการดูเเลสุขภาพร่างกายได้ดีเเล้ว ก็ยังช่วยในการชะลอวัยเเละทำให้ผิวพรรณของเราเเลดูอ่อนเยาว์ไปอีกยาวนานได้อีกด้วย

กินอาหาร 4 ประเภท มีส่วนช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น

กินอาหาร 4 ประเภท มีส่วนช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น คุณผู้อ่านเคยรู้สึกแปลกใจบ้างหรือเปล่าค่ะว่าทำไมเราถึงได้อารมณ์ดีไม่ดีได้ซะง่ายๆ บางวันอยู่ดีๆก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาซะอย่างนั้น เเบบหาสาเหตุไม่ได้ทำให้หลายคนไม่รู้จะจัดการกับความเครียดหรือหาวิธีให้ตัวเองอารมณ์ดีขึ้นมาได้ วันนี้เราเลยถือโอกาสนำไอเดียการรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยให้อารมณ์ดี เบิกบานยิ่งขึ้นมาฝากกันค่ะ เพราะการรับประทานอาหารบางประเภทก็ส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึก เนื่องจากสารอาหารบางอย่างในอาหารมีผลต่อปฏิกิริยาทางเคมีในสมอง หากเลือกรับประทานอย่างถูกต้องมันก็จะส่งผลดีต่ออารมณ์ของเราได้เหมือนกันนะคะ ว่าเเต่อาหารเหล่านั้นจะเป็นอาหารในกลุ่มใดบ้างนั้น ลองตามเราไปดูพร้อมกันเลยจ้า 1. คาร์โบไฮเดรต อาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตอาจเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัย เพราะปกติเราก็กินอาหารในกลุ่มนี้กันเป็นประจำอยู่เเล้ว เเต่คุณอาจไม่ทราบว่าสารอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตมี กรดอะมิโนทริปโตเฟน  (Tryptophan) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทเซโรโทนิน ซึ่งหากเซโรโทนินในสมองลดลงก็อาจส่งผลให้คุณเกิดอาการซึมเศร้า หรืออารมณ์ไม่ดีได้ อาหารในกลุ่มนี้ เช่น  อาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรตสูง อย่างเช่น ข้าวกล้อง ข้าวโพด มัน เผือก ที่ทำให้เราอิ่มได้นานเเละมีส่วนช่วยในเรื่องของการขับถ่ายให้เป็นไปได้สะดวกเเละมีประสิทธิภาพมากขึ้น สินค้าเพื่อสุขภาพแบรนด์ Boom 2.กรดโฟลิก สำหรับกรดโฟลิกเป็นสารอาหารที่พบในกลุ่มของวิตามินบี  จากการทดลองยังพบอีกว่าหากร่างกายขาดกรดโฟลิกจะทำให้ระดับสารเซโรโทนินในสมองลดลง เเละส่งผลทำให้เราอารมณ์ไม่ดี ซึมเศร้าได้ง่าย หรือขาดความกระตือรือล้นได้ง่ายๆ อาหารในกลุ่มนี้ เช่น ผักเเละผลไม้ที่มีสีเขียวเเละสีเหลืองจะมีกรดโฟลิกสูง อย่างเช่น บร็อกโคลี่ ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง คะน้า กะหล่ำปลี มะเขือเทศ ผักกาดหอม ส้ม กล้วย ข้าวโพด เเครอท ฯลฯ เเต่โดยส่วนใหญ่เเล้วเมื่อนำอาหารเหล่านี้ โดยเฉพาะผักใบเขียวทั้งหลายไปประกอบอาหารที่ต้องผ่านความร้อน กรดโฟลิกนี้ก็มักจะถูกทำลายจนเราได้รับมันไม่เต็มที่ ดังนั้นเเนะนำว่าควรรับประทานสดๆเพื่อให้ร่างกายได้รับกรดโฟลิกหรือสารอาหารในกลุ่มวิตามินบีได้อย่างเต็มที่นั่นเองค่ะ 3.ไทอะมิน หรือวิตามินบี1 วิตามินบี 1 หรือไทอะมีน มีประโยชน์สำคัญในเเง่ของการมีผลต่อการทำงานของระบบประสาทเเละสมอง เเต่นอกเหนือจากนี้เเล้วยังมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเผาผลาญกลูโคสให้เป็นพลังงาน ดังนั้นเมื่อร่างกายของเราขาดวิตามินบี 1 ก็ย่อมมีผลคล้ายกับการขาดคาร์โบไฮเดรต เเละทำให้ระดับสารเซโรโทนินในสมองของเราลดลงได้เช่นเดียวกัน อาหารในกลุ่มนี้ เช่น เนื้อปลา ไก่ ไข่ หมู งา ถั่วเมล็ดเเห้ง ข้าวซ้อมมือ ซึ่งวิธีการปรุงอาหารที่ทำให้สารไทอะมีนสูญเสียไปน้อยที่สุด คือการย่าง หรืออบเเทนการต้ม เเละหากต้องต้มก็ควรใช้น้ำให้น้อยที่สุด 4. เเคปไซซิน หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับชื่อ “แคปไซซิน” ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พบได้มากในพริก ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยให้สมองหลั่งสารสื่อประสาทได้ดี เเละทำให้รู้สึกได้ว่าสดชื่นขึ้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ให้การนอนหลับในตอนกลางคืนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เเละรู้สึกกระฉับกระเฉงกระตือรือล้นในตอนกลางวัน มีประโยชน์ต่อระบบหัวใจเเละหลอดเลือด ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจเเละหลอดเลือด ช่วยบรรเทาเเละลดการอักเสบของกล้ามเนื้อเเละข้อได้ อาหารในกลุ่มนี้เช่น พริก วิธีการรับประทานพริกเเบบที่คุณก็สามารถทำเองได้ก็คือ เพิ่มพริกลงในจานอาหารบ้างสักเล็กน้อย จะช่วยทำให้ได้รสเเละกลิ่น เเถมยังเป็นการช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหารได้อีกด้วยนะคะ จริงๆเเล้วนะคะการรับประทานอาหารเพื่อช่วยบรรเทาความเครียด หรือช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นนั้นก็ถือว่าเป็นอีกเเนวทางที่มีความน่าสนใจ หากเเต่ต้องรับประทานให้เหมาะสมเเละพอดี ไม่มากเกินไปจนเป็นการทำลายสุขภาพ  เอาเป็นว่าถ้าตอนนี้ใครที่กำลังอารมณ์ไม่ดีหรือรู้สึกเซ็งๆ เครียดๆ ก็ลองหาอาหารประเภทเหล่านี้มารับประทานดูนะคะ ให้อีกหน่อยก็ลองหากิจกรรมออกกำลังกาย เพื่อช่วยให้สมองหลั่งสารแอนโดฟินซึ่งเป็นสารเเห่งความสุขออกมา บรรเทาอาการไม่สบายใจ ผ่อนคลายความเครียด นอกจากนี้เเล้วอย่าลืมพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอก็จะเป็นหนทางในคุณมีอารมณ์ดี ชีวิตเบิกบานขึ้นได้เเล้วล่ะค่ะ

สุขภาพน่ารู้! กินไม่ยั้ง ระวัง! “ไขมันพอกตับ”

สุขภาพน่ารู้! กินไม่ยั้ง ระวัง! “ไขมันพอกตับ” คุณเป็นหนึ่งในคนที่กินอะไรก็อร๊อย อร่อย ไปซะทุกอย่าง เเถมเมนูโปรดในชีวิตก็หนีไม่พ้นชาบู ซูชิ หรือหมูกระทะเเน่นอน จัดหนักมาเเค่ไหนก็ฟาดเรียบตลอด กินโดยไม่เลือกว่าอะไรจะส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย  ไลฟ์สไตล์ที่คอยเร่งให้คุณต้องคอยใช้ชีวิตเร่งรีบอยู่ตลอดเวลาก็ยิ่งทำให้พฤติกรรมการรับประทานอาหารไขมันสูงมากขึ้น หรืออาหารจานด่วนที่รับประทานได้ง่ายเเต่ไม่มีประโยชน์  โดยไม่สนใจว่าน้ำหนักหรือสุขภาพของคุณว่าจะเป็นอย่างไร?  หลายคนคิดว่าไขมันเหล่านั้นมันสะสมอยู่ตามเเขน ขา หรือหน้าท้องเเต่เพียงเท่านั้น เเต่คุณเเน่ใจเเค่ไหนค่ะว่าไขมันเหล่านั้นจะไปกองอยู่ที่อวัยวะเหล่านั้นอย่างเดียว เพราะมันอาจไปสะสมอยู่ที่  ตับ เเละเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคไขมันพอกตับ ขึ้นได้ โรคไขมันพอกตับ คืออะไร? สำหรับโรคไขมันพอกตับ หรืออาจจะเรียกว่า  ไขมันเกาะตับ (Fatty Liver Disease) คือภาวะที่มีไขมันเข้าไปอยู่ในเซลล์ตับเกินปกติ คือ ประมาณ 5-10%  ของน้ำหนักตับ ซึ่งโดยทั่วไปเเล้วมักจะเป็นไขมันชนิดไตรกลีเซอไรด์ (ไขมันในเลือด) เเละเมื่อไขมันสะสมในตับเป็นปริมาณมากเเล้วล่ะก็จะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง หรือเซลล์ตับตายเกิดผังผืดภายในตับ จนหลายเป็นโรคตับเเข็งในที่สุดเเละยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับอีกด้วยนะคะ โรคไขมันพอกตับเกิดจากอะไร? สาเหตุหรือปัจจัยที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคไขมันพอกตับ เเบ่งออกเป็น 2 สาเหตุสำคัญ นั่นก็คือ 1. โรคไขมันพอกตับที่มีสาเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์  ซึ่งความรุนเเรงของโรคนี้จะขึ้นอยู่กับปริมาณเเอลกอฮอล์ ประเภท เเละระยะเวลาที่ดื่ม หรือเรียกว่า Alcoholic fatty liver 2. โรคไขมันพอกตับที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือมาจากปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ นอกจากนี้ยังสาเหตุปัจจัยสำคัญที่สุด ก็คือการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารมัน อาหารหวาน หรืออาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรตมากเกินไป อาหารเหล่านี้จะเข้าไปเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ในตับ เมื่อร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้หมดเเล้วก็จะเกิดการสะสมในตับนั่นเองล่ะค่ะ หรืออีกหลายปัจจัยที่อาจทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับได้มากขึ้น เช่น ภาวะอ้วน น้ำหนักตัวเกิน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง รวมถึงโรคต่างๆ ของตับ เช่น  ไวรัสตับอักเสบ หรือการใช้ยาบางชนิดที่มีผลต่อตับ เป็นตัน ** เเต่หากต้องการทราบว่าตัวเรานั้นมีความเสี่ยงของภาวะไขมันพอกตับหรือไม่ ก็อาจพิจารณาได้จาก – รอบเอว ในผู้ชายที่มีรอบเอวมากกว่า 40 นิ้ว เเละผู้หญิงที่มีรอบเอวมากกว่า 35 นิ้ว อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไขมันพอกตับได้ –  น้ำตาลในเลือดซึ่งสูงมากกว่า 100 มิลลิกรัม-เดซิลิตร –  ไขมันไตรกลีเซอไรด์มากกว่า 150 มิลลิกรัม-เดซิลิตร – ไขมันชนิดดีหรือ HDL คอเรสเตอรอลต่ำ (ซึ่งโดยปกติเเล้วค่า HDL คอเรสเตอรอล ยิ่งสูงยิ่งดีในผู้ชายก็ควรมีค่า HDL คอเรสเตอรอล มากกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เเละในผู้หญิงมากกว่า 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร) –  ความดันโลหิตสูง นอกจากจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเเละหลอดเลือดเเล้ว ก็ยังเป็นตัวกระตุ้นให้มีไขมันพอกตับมากขึ้นอีกด้วยล่ะค่ะ ไขมันพอกตับ มีอาการอย่างไร? โดยส่วนใหญ่อาการของผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับจะไม่เเสดงให้เห็นตั้งเเต่เริ่มเเรก เเต่จะเริ่มมีอาการที่เป็นผลพวงมาจากการที่มีไขมันสะสมอยู่ในตับจำนวนมาก ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยก็คือ -รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อย ไม่มีเเรง -รู้สึกไม่สบายท้อง -น้ำหนักลดผิดปกติ ความอยากออาหารลดน้อยลง มีความรู้สึกคลื่นไส้ -มึนงง ความสามารถในการจัดสินใจเเละมีสมาธิน้อยลง โดยทั่วไปเเล้ว  ภาวะไขมันพอกตับจะมีการดำเนินโรคเเบบค่อยเป็นค่อยไป  เป็นเสมือนภัยเงียบที่ค่อยๆ ทำร้ายร่างกายของเราไปโดยไม่รู้ตัว โดยส่วนมากเเล้วผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับจึงไม่มีอาการเเสดงหรือบ่งบอกอะไรมากนัก อาจตรวจพบความผิดปกติก็ต่อเมื่อมาตรวจสุขภาพประจปีหรือมาตรวจร่างกายด้วยปัญหาอื่นยกเว้นในกรณีที่โรคเริ่มกำเริบไปจนถึงการมีภาวะตับอักเสบ  ผู้ป่วยอาจมีอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ หรือในกลุ่มของผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันพอกตับพบว่ามีปัญหาตับอักเสบ 10- 20 % นั่นหมายความว่าเมื่อไหร่ที่เกิดปัญหาตับอักเสบ ก็เท่ากับมีความเสี่ยงของตับเเข็งเเละมะเร็งตับตามมาได้ ผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับจึงไม่ควรละเลยการรักษาเเละการดูเเลตนเอง สินค้าเพื่อสุขภาพแบรนด์ Boom การรักษาไขมันพอกตับ.. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสำคัญที่สุด สำหรับการรักษาภาวะไขมันพอกตับ ขึ้นอยู่กับระยะของโรคว่าอยู่ในระยะใด ซึ่งการรักษาภาวะไขมันพอกตับในระยะที่ยังไม่มีการอักเสบ อาจจะเเตกต่างจากระยะที่มีตับอักเสบหรือตับเเข็งเเล้ว โดยทั่วไปการรักษาการรักษาภาวะไขมันพอกตับที่สำคัญที่สุด ก็คือ การปรับเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิตเเละพฤติกรรมการรับประทานอาหารเช่น เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวเน้นการรับประทานผัก ผลไม้หรือธัญพืช เช่น เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดฝักทอง งา หรือนอกจากนี้ก็มีผักบางชนิดที่สามารถช่วยเร่งกระบวนการกำจัดพิษออกจากตับได้เป็นอย่างดีเช่น บร็อกโคลี่กะหล่ำ กระเทียม หรือหัวหอมเป็นต้น ลดอาหารประเภทแป้งหรือน้ำตาล นั่นก็เพราะไตรกลีเซอไรด์เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการสะสมคั่งในตับดังนั้นก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงไม่รับประทานอาหารที่มีแป้งเเละน้ำตาลมากจนเกินไปนอกจากนี้เเล้วขนมหวานน้ำหวานน้ำอัดลมที่มีปริมาณน้ำตาลสูงก็ยังเป็นสาเหตุสำคัญของโรคอ้วนเเละเบาหวานได้อีกด้วยนะคะ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัดไม่ว่าจะเป็นอาหารรสเผ็ดจัดมันจัดเปรี้ยวจัดหรือหวานจัดเเต่ควรหันมารับประทานอาหารที่มีรสชาติกลางๆเเทนจะดีกว่า นอกจากนี้เเล้วควรตรวจสุขภาพประจำปี เพราะหากมีน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคเบาหวาน อาจมีการตรวจหาภาวะไขมันพอกตับเป็นพิเศษด้วย พยายามลดหรือควบคุมน้ำหนักของตัวเอง เเละให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย หากคุณตั้งใจเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารเเล้วก็ควรที่จะตั้งใจในการลดน้ำหนักด้วย รู้ไหมค่ะว่าหากลดน้ำหนักของคุณลงได้5 – 10 % ก็จะทำให้ภาวะไขมันในตับลดลง เเละถ้าน้ำหนักลดลงมากกว่า 10 % จะทำให้การอักเสบของตับซึ่งเกิดจากภาวะไขมันพอกตับทำงานได้ดีขึ้น  เเต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรีบร้อนลดน้ำหนัก หรือหักโหมมากจนเกินไปทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ ลด ก็จะสามารถลดลงได้อย่างเเน่นอนค่ะ เพราะในการรักษาโรคไขมันพอกตับ ยังไม่มียาที่รักษาเฉพาะเจาะจงสำหรับโรคนี้ดังนั้นสิ่งสำคัญก็คือ การปรับเปลี่ยนเรื่องการกินอาหารเสียใหม่ กินแป้ง กินน้ำตาล เเละไขมันให้น้อยลง หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไขมันตับจากการดื่มแอลกอฮอล์ได้ ส่วนการรักษาด้วยวิธีการใช้ยานั้นเเพทย์ก็จะพิจารณาตามความเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเเต่ละรายนั่นเองค่ะ เมื่อทราบเเละเข้าใจภาวะไขมันพอกตับที่เรานำมาเสนอกันมาเเล้ว หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับทุกๆ คนนะคะ เห็นไหมล่ะค่ะว่าพฤติกรรมการรับประทานอาหารนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่นๆ เลยทีเดียว หากคุณละเลยหรือไม่ให้ความสนใจในเรื่องนี้เเล้วล่ะก็ นั่นหมายความว่าอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหรือปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมาได้เหมือนกันมาป้องกันภาวะไขมันพอกตับด้วยการหันมาดูเเลเเละใส่ใจสุขภาพของเรากันดีกว่านะคะ

8 วิธีสร้างรายได้ผ่านเน็ตง่ายๆ ระหว่างเรียน งานออนไลน์

8 วิธีสร้างรายได้ผ่านเน็ตง่ายๆ ระหว่างเรียน ในยุคที่โลกใบนี้เต็มไปด้วยโซเชียลมีเดีย เป็นโลกเเห่งการออนไลน์ผู้คนจำนวนมาก หันเหมาให้ความสนใจในการสร้างรายได้ผ่านช่องทางเหล่านี้กันมากขึ้น จริงไหมล่ะค่ะ? เดี๋ยวนี้เพียงเเค่เรามีโทรศัพท์เครื่องเดียวก็สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองได้เเล้ว รวมถึงบรรดาคนวัยรุ่น วัยเรียนหลายต่อหลายคนที่อยากหารายได้บนโลกออนไลน์ในระหว่างที่เรียน วันนี้เราเลยขอรวบรวม 8 วิธีสร้างรายได้ผ่านอินเทอร์เน็ตเเบบง่ายๆในระหว่างเรียน มาฝากกันค่ะ พร้อมเเล้วตามเราไปดูเลยค่ะ วิธีที่ 1 สมัครทำงานออนไลน์ กับเว็บไซด์ indeemuhtai.com โปรเจคBoom Boom (บลูม) เป็นชื่อผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ทางทีมนักธุรกิจการตลาดออนไลน์มืออาชีพจากThe iCon รวมพลกันมาเตรียมลุยเปิดตลาดสินค้าเอาใจแม่ค้าออนไลน์เป็นอย่างมาก ด้วยจากการรวมตัวของเหล่าทัพแม่ทีม แถวหน้าของประเทศ ที่มีรายได้ระดับหลักล้าน จากการสร้างธุรกิจค้าขายบนโลกออนไลน์ พร้อมยืนหยัดพาลูกทีมลุยบุกพื้นที่ตลาดสินค้า กลุ่มเครื่องดื่มแบบชง เพื่อการดูแลผิวพรรณ งานนี้ แม่ทีม ที่ต้องการเป็น ดีลเลอร์ห้ามพลาดโอกาสดีๆ ในครั้งนี้ ถ้าคุณพลาดแล้วจะเสียใจนะจร๊ะจะบอกให้ หากคุณได้ติดตามดูผลงานจากผู้นำทัพของเรา โดยคุณพอลตีสิบ โปรไฟล์ไม่ธรรมดา สามารถสร้างระบบตัวแทนจำหน่าย สร้างระบบพัฒนาทีม เรียนรู้ธุรกิจค้าขายในโลกออนไลน์ สอนคนจากคนไม่มีอะไร พัฒนาตัวเองเป็นคนมีอันจะกิน เริ่มจากการค้าขายในออนไลน์เลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น โปรเจค Boom(บลูม) ใครที่มีงานอดิเรกชอบขายของออนนไลน์อยู่แล้ว ห้ามพลาดดันตัวเองให้เข้ามาอยู่ในวงโคจรของคนประสบความสำเร็จมาก่อนหน้านี้กันได้เลยจร้า Boom (บลูม) ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโอกาส สำหรับคนที่ต้องการมองหา แบรนด์ที่มีประสบการณ์ด้านการขายหรือสร้างระบบตัวแทนในโลกออนไลน์  เมื่อคุณได้เข้ามาอยู่ในครอบครัวนี้แล้วคุณมีโอกาสที่จะได้รับความรู้โดยตรงจากคนที่มีประสบการณ์อย่างมากมายเลยทีเดียว     วิธีที่ 2 ขายของออนไลน์ อีกหนึ่งงานออนไลน์ง่ายๆ ที่คนปัจจุบันนี้นิยมสร้างรายได้ก็เห็นจะเป็นการขายของออนไลน์นี่ล่ะค่ะ เพราะนี่ถือเป็นยุคของการขายของหาเงินออนไลน์ เเละหลายคนก็ผันตัวกลายไปเป็นพ่อค้าเเม่ค้าออนไลน์เยอะมาก โดยส่วนใหญ่เเล้วพ่อค้าเเม่ค้าออนไลน์จะมีงานประจำ หรือเรียนในตอนกลางวันเเละก็ขายของออนไลน์เป็นอาชีพเสริมภายหลังเลิกงาน หรือในตอนกลางคืน ซึ่งหากหลายๆคนสนใจก็สามารถหาช่องทางด้วยการเริ่มต้นสมัครเป็นตัวเเทนจำหน่าย เเละเลือกสินค้าที่กำลังเป็นที่สนใน เช่น อุปกรณ์เครื่องสำอาง ครีม สบู่ เสื้อผ้า หรือของกินต่างๆ เป็นต้น หากสนใจก็เริ่มหาช่องทางกันได้เลยค่ะ     วิธีที่ 3 รับรีวิวสินค้า เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเห็นคลิปที่เผยเเพร่ในยูทูป อินสตาเเกรม หรือเพจเฟซบุ๊กต่างๆ ที่มีการมารีวิวสินค้าต่างๆ กันมากขึ้น อีกทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคปัจจุบันนี้ให้ความเชื่อถือ เเละชอบดูรีวิวสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะเหล่าสินค้าพวกเครื่องสำอางความสวยความงามต่างๆ หากใครรีวิวดีรีวิวเเล้วดูมีความน่าเชื่อถือ สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นให้ตัวเอง เชื่อว่าก็สามารถกอบโกยเงินได้ไม่น้อยเลยล่ะค่ะ     วิธีที่ 4 เขียนหนังสือ – บทความ คำกล่าวที่ว่า “นักเขียนไส้เเห้ง” อาจจะใช้ไม่ได้เเล้วในปัจจุบันนี้ เพราะหากหลายคนมีความสามารถเเละทักษะเกี่ยวกับการเขียนเเล้วล่ะก็ คุณก็สามารถขายงานเขียนของตัวคุณเองได้หลายช่องทาง จะเขียนหนังสือขายใน E-Book ก็สามารถทำได้ หรืออาจจะรับจ้างเขียนบทความ สมัครเป็นนักเขียนฟรีเเลนซ์ของเว็บไซด์ต่างๆ ก็ได้ โดยเฉพาะการเขียนบทความที่ติด SEO เขียนเเคปชั่นโฆษณา ซึ่งก็เเล้วเเต่ความต้องการของลูกค้าว่าให้เราเขียนเพื่ออะไร ซึ่งเเต่ละงานเขียนก็ต้องใช้ทักษะในการเขียนที่ต่างกันออกไป ในส่วนของเรื่องรายได้ก็มีตั้งเเต่  …

8 วิธีสร้างรายได้ผ่านเน็ตง่ายๆ ระหว่างเรียน งานออนไลน์ Read More »

แพ็คเกจ/โปรโมชั่น ด่วน!รับจำนวนจำกัด

เลือกแพ็คเกจ/โปรโมชั่น สมัครตัวแทนที่นี่! ด่วน!   💥💥ลงทุนครั้งเดียวไม่ต้องรักษายอดไม่ต้องสต๊อกของตลอดชีวิต💥💥 วิธีการสมัครเข้าร่วมธุรกิจ ท่านสามารถร่วมลงทุนในธุรกิจนี้ได้ 3 สเกลด้วยกัน   1.เป็นตัวแทนรายย่อย  ลงทุนโดยการซื้อสินค้าเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท ท่านก็สามารถเข้าร่วมธุรกิจได้ทันที โดยคุณจะได้รับรายได้ในข้อที่ 1-3 และ 7 เท่านั้น พร้อมเว็บไซต์ส่วนตัว ระบบเทรนนิ่งออนไลน์ ระบบการเรียนรู้ผ่านห้องสมุดเสียง Sound Cloud ระบบเทรนนิ่งสดๆ จาก CEO แบรนด์คุณพอล ทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดีผ่านแอพพิเคชั่น Zoom พร้อมการเทรนนิ่งจากทีมผ่านไลน์คอลทุกวัน นอกจากนี้ยังมีการสอนแบบจับมือทำทั้งการขาย และ การสร้างเพจ ทำแอดโฆษณาผ่าน Facebook แบบฟรีๆ   2. เป็นหุ้นส่วนบริษัทระดับซุปเปอร์ไวเซอร์ 2. เป็นหุ้นส่วนบริษัทระดับซุปเปอร์ไวเซอร์ ลงทุนโดยการซื้อสินค้ากาแฟเริ่มต้นเพียง 100 แพค ราคา 25,340 บาท คุณจะได้รับทั้งหมดที่ตัวแทนรายย่อยได้รับ และ ยังได้รับสิทธิ์เข้าร่วมเทรนนิ่งจากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ ผ่านคอลไลน์ทุกๆ เที่ยงวันแบบฟรีๆ พร้อมกับรับรายได้ทั้ง 7 ข้อทันที …

แพ็คเกจ/โปรโมชั่น ด่วน!รับจำนวนจำกัด Read More »

เป็นแม่ค้าออนไลน์แล้วต้องแบกสต็อกมันไม่โอเค…ภาสยา ปิติฤทธิ์(แพ็ท) เผยหมดเปลือกชีวิตแม่ค้าออนไลน์

เป็นแม่ค้าออนไลน์แล้วต้องแบกสต็อกมันไม่โอเค…ภาสยา ปิติฤทธิ์(แพ็ท) เผยหมดเปลือกชีวิตแม่ค้าออนไลน์ ภาสยา ปิติฤทธิ์(แพ็ท)แม่ทีมใหญ่จากแบรนด์ดัง สวย เก่ง มากความสามารถคว้าโอกาสใหม่เพื่อทำกำไรจากยอดขายที่มากกว่าด้วยระบบ ของThe iCon ทำให้เธอปลดล็อกตัวเองจากการเป็นแม่ค้าออนไลน์ที่ต้องแบกสต๊อกจนหัวโตดูยอดใหญ่โต..แต่ไร้ซึ่งความมั่นคงและมั่งคั่งและอิสระที่แท้จริง และวันนี้ระบบที่ดีที่สุดนี่นำพาแม่ทีมคนเก่งคนนี้สู่ความสำเร็จได้ สำเร็จแล้วเสร็จที่นี่ The iCon ตอบโจทย์ให้เธอได้อย่างแท้จริง #อย่ากลัว…ความเปลี่ยนแปลงเพราะทุกๆ ความเปลี่ยนแปลงจะนำพาเราไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเสมอ… #คิดนาน เดี๋ยว #พลาดโอกาสสำคัญ #ถ้าคุณอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ…หรือ เป็นเจ้าของธุรกิจอยู่แล้ว แต่…ไม่กล้าลงทุน หรือ กลัวว่าลงทุนไปแล้วจะไม่คุ้ม!!! เพราะไม่มีเวลาทำ หรือทำแล้วไม่มีเวลาพัก คิดมากเลยไม่ทำซักที!! . #จะดีกว่ามั้ย…ถ้าคุณมีเครื่องมือออนไลน์ในการทำธุรกิจ ที่ทำให้คุณหมดกังวล กับเรื่อง… ❌แพ็คของ ❌ส่งของ รวมถึงปัญหาอื่นๆอีกมากมาย . มาเรียนรู้การทำธุรกิจออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้อีกช่องทางหนึ่ง กับทีมผู้ให้คำปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์มืออาชีพ ทำให้คุณมั่นใจมากยิ่งขึ้น . ขอเพียงคุณ…#ตัดสินใจคว้าโอกาส ที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ . #เปิดรับคนที่สนใจจริงๆเท่านั้น!! พิเศษรับจำนวนจำกัด..เพียง 10 ท่านแรกเท่านั้น!! Work from Home ระบบออนไลน์ทำงานที่บ้าน ด้วยระบบงานออนไลน์ ที่ไม่เหมือนใคร …

เป็นแม่ค้าออนไลน์แล้วต้องแบกสต็อกมันไม่โอเค…ภาสยา ปิติฤทธิ์(แพ็ท) เผยหมดเปลือกชีวิตแม่ค้าออนไลน์ Read More »

  • แพ็คเกจ/โปรโมชั่น ด่วน!รับจำนวนจำกัด

    เลือกแพ็คเกจ/โปรโมชั่น สมัครตัวแทนที่นี่! ด่วน!   💥💥ลงทุนครั้งเ...

    July 25, 2020uhtaicomments:0views:23
  • 9 วิธีคิดของคนรวย คิดอย่างไรให้รวยกับเคล็ดลับสู่ความสำเร็จของนักธุรกิจ

    9 วิธีคิดของคนรวย คิดอย่างไรให้รวยกับเคล็ดลับสู่ความสำเร็จของนักธุรกิจ &...

    May 6, 2019uhtaicomments:0views:20