ชาปลายมือปลายเท้า ไม่ควรนิ่งนอนใจ!

อาการชา  ชาตามมือเท้าหรือ ชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้า  เป็นอาการที่พบได้มากในกลุ่มคนทำงาน ที่อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ บางคนมีอาการเพียงชั่วครู่ บางคนก็มีอาการมากกว่านั้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน ทำให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่ทั่วถึง  การที่ร่างกายมีระดับธาตุเเละวิตามินผิดปกติ  อาการชาถือว่าเป็นอาการทางระบบประสาทเเม้ว่าดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เเต่ก็อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดความรำคาญ เเละตัวของผู้ป่วยเองก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาจเป็นสัญญาณหนึ่งของร่างกายที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบประสาท โดยเฉพาะเมื่อหากคุณมีอาการมือเท้าชาบ่อยครั้งนั่นเองค่ะ จึงควรหาสาเหตุเเละวิธีการแก้ไขอาการก่อนที่จะเกิดอาการเเทรกซ้อนอื่นๆ ตามมานั่นเองค่ะ อาการชา เป็นอาการผิดปกติของระบบประสาทรับความรู้สึก ซึ่งจริงๆ เเล้วสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะที่นิ้วมือ เเขน เท้า หรือขา เป็นอาการที่มีความรู้สึกเจ็บ ปวด ร้อน หรือเย็นน้อยกว่าปกติหรือไม่มีความรู้สึกเลย บางคนอาจรู้สึกชาที่ปลายเท้าหรือบริเวณอื่นๆ คล้ายกับมีอะไรยุบยิบตามปลายมือปลายเท้าเเต่จริงๆ เเล้วอาการชาเกิดจากหลายสาเหตุเเละมีด้วยกันหลายประเภท ทั้งอาการชาเฉพาะจุด ชาเเขนหรือขาข้างเดียว หรือชาเฉพาะขา เเขนไม่ชา หรือชาเฉพาะเเขน ไม่ชาขา หรืออาจจะชาทั้งเเขนเเละขาเลยก็ได้โดยอาการชาที่เกิดขึ้นที่เเขนหรือขาข้างเดียวนั้นมักจะเกิดจากอาการบาดเจ็บหรือกดทับของเส้นประสาทบริเวณนั้นเเค่บริเวณเดียว เช่น การที่มือข้าวเดียวมักจะเกิดจากการกดทับของเส้นประสาทที่บริเวณข้อมือ ที่พบมากที่สุด คือ อาการของโรคอุโมงค์ข้อมือในข้อมือข้างนั้นๆ  ส่วนอาการชาที่เกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งข้าง อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ที่แอบซ่อนอยู่ การเกิดอาการชาที่ปลายเท้าทั้งสองข้างในลักษณะที่เหมือนกับการใส่ถุงเท้านั้นเป็นลักษณะของปลายประสาทผิดปกติจากโรคเบาหวานเรื้อรัง (Diabetic neuropathy) อาการหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท (Herniate disc) จะทำให้เกิดอาการชาตรงกับระดับที่ตรงกับไขสันหลังที่เกิดการกดทับ การขาดวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินอี วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 เเละวิตามินบี 12 ก็จะทำให้เกิดอาการเช่นนี้ได้เหมือนกัน หรือเเม้อย่างปัจจัยเสี่ยงจากการที่คุณดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้เกิดอาการเช่นนี้ได้เเต่ถึงเเม้ว่าอาการชาปลายมือปลายเท้านั้นจะเกิดจากสาเหตุที่ไม่เป็นอันตรายร้ายเเรง เเต่ก็มีบางส่วนที่เกิดจากโรคอันตราย เช่น ภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันหรือเเตกในกรณีที่รู็สาเหตุเเน่ชัดว่าอาการชาปลายมือปลายเท้านั้นเกิดจากอะไร  เเพทย์ก็จะทำการรักษาตามสาเหตุนั้นๆ เช่น  มือเท้าชาที่เกิดจากโรคเบาหวาน อาการชาเองก็เป็นภาวะเเทกซ้อนที่เเสดงถึงภาวะของโรคเบาหวานที่รุนเเรงมากขึ้น ดังนั้นผู้ป่วยโรคเบาหวานหากจะบรรเทาหรือรักษาอาการนี้ก็ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม เเต่หากในกรณีที่ไม่สามารถหากสาเหตุของอาการชาปลายมือปลายเท้าได้ ก็ควรรีบไปปรึกษาเเพทย์ เพราะหากอาการชานั้นเกิดบ่อยขึ้นเเต่คุณปล่อยไว้ เสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือบาดเเผลได้ง่ายมากขึ้น เช่น หากเท้าเหยียบตะปูหรือมือถูกของร้อนคุณจะไม่สามารถชักมือหนีจากของร้อน ทำให้เท้าเเละมือเกิดบาดแผลได้ง่าย ซึ่งจะเเตกต่างจากคนทั่วไปที่เมื่อเจอสถานการณ์เเบบนี้จะรับชักมือหนีเลยทันที  นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษนั่นเองค่ะ  ชาปลายมือปลายเท้าบ่อยเเค่ไหนไม่ควรวางใจ…ควรไปพบเเพทย์หากมีอาการชาที่บริเวณปลายมือปลายเท้าตั้งเเต่ 2 – 3 วันขึ้นไป เเละไม่มีทีท่าว่าอาการเหล่านี้จะดีขึ้นเเล้วล่ะก็ให้คุณเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ออกกำลังกายเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวันให้บ่อยขึ้นรวมถึงเปลี่ยนที่นอนเปลี่ยนหมอนหากอาการมือเท้าชาของคุณยังไม่ดีขึ้น ภายในระยะเวลาราว 1 สัปดาห์ ก็ไม่ควรปล่อยไว้อีกต่อไปให้รีบไปพบเเพทย์เพื่อหาสาเหตุเเละเเนวทางในการรักษาเพื่อให้เกิดอาการลุกลามไปมากหว่านี้นั่นเองค่ะ ***สำหรับอาการชาที่ที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติในสมองนั้นจะสังเกตได้ว่าจะมีการชาเป็นบริเวณที่เป็นซีกๆ ไม่ว่าจะซีกขวาหรือซีกซ้ายด้านใดด้านหนึ่ง เเละอาจมีอาการอ่อนเเรง หยิบจับของไม่ติด เดินเเล้วขาหรือข้อเท้ายกไม่ขึ้นร่วมกันด้วย ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ก็ไม่ต้องรอสังเกตอะไรอีกเเล้วค่ะ  รีบไปพบเเพทย์ให้ด่วนที่สุดเลยดูเเลตัวเองจากอาการชาเนื่องจากอาการชาเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสาเหตุที่เราสามารถป้องกันหรือดูเเลได้หากคุณทราบสาเหตุของอาการชาก็จะสามารถแก้ไขได้ที่สาเหตุอย่างตรงจุดนั่นเองค่ะเช่น หากเกิดอาการชาจากภาวะเบาหวาน ถ้าผู้ป่วยสามารถควบคุมน้ำตาลได้ดี ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม อาการชาก็มักจะค่อยๆ ดีขึ้นได้ เเม้จะไม่หายในคราวเดียว เเต่ก็จะค่อยๆ ลดระดับลงเมื่อเวลาผ่านไป อาการชาจากเส้นประสาทถูกกดทับ ไม่ว่าจะเป็นเฉพาะที่อย่างโรคอุโมงค์ข้อมือ หรือชาเป็นระดับ เพราะไขสันหลังถูกกดจากการที่มีหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาทโรคเหล่านี้ได้ไปพบเเพทย์ เพราะอาจต้องทำการรักษาที่มากกว่าการรับประทานยา  อาการชาจากการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินเเละเป็นเวลานานนั้น วิธีการดูเเลก็ไม่ยากเลยค่ะ เพราะหากคุณสามารถลด ลด หรือเลิกดื่มไปเลยได้ อาการก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ นั่นเองเราจะป้องกันตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลอาการชา…เเน่นอนค่ะว่าหลายคนคงเกิดข้อสงสัยเเล้วว่าเราจะป้องกันตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลจากอาการเหน็บชาได้บ้าง ลองตามเราไปกันค่ะ เพราะเราทราบดีกว่าอาการชาเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ซึ่งสาเหตุที่เราสามารถป้องกันด้วยตัวเองได้ก็มีไม่กี่อย่าง เช่น  ภาวะขาดวิตามิน E  เเละวิตามิน B1 B6 เเละ B12 ที่อาจทำให้เกิดอาการชาได้ เราก็สามารถป้องกันมันได้ด้วยการกินอาหารที่เป็นเเหล่งของวิตามินเหล่านี้นี่ล่ะค่ะ  วิตามิน E  เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ร่างกายสามารถสะสมไว้ใช้ได้เป็นระยะเวลาค่อนข้างนาน  พบได้ในน้ำมันดอกทานตะวัน  น้ำมันรำข้าว  เเละน้ำมันถั่วเหลือง นอกจากนี้เเล้วก็ยังพบได้ในธัญพืชจำพวกถั่ว เป็นต้น วิตามิน B 1  สามารถพบได้ในผักใบเขียว เนื้อสัตว์ เเละถั่วชนิดต่างๆ  วิตามิน B 6  สามารถพบได้ในตับ เนื้อปลา เนื้อไก่ เเละธัญพืช เป็นต้นค่ะ วิตามิน B 12  พบได้มากในตับ  เนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา เเละธัญพืชต่างๆเองก็มีวิตามิน B 12 ด้วยเช่นกันค่ะ  ดังนั้นเเล้วการได้รับวิตามินในกลุ่มวิตามิน B จึงเป็นสิ่งสำคัญ เเละจำเป็นต่อร่างกายนั่นเองค่ะ หลายคนเมื่ออ่านมาถึงบรรทัดนี้เเล้วก็คงจะพอได้ข้อมูลดีๆ ที่คุณพอจะนำไปปรับใช้หรือติดตัวไว้เป็นความรู้ได้เเล้วนะคะ เเม้ว่าอาการชาปลายมือปลายเท้าจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือเกิดขึ้นเป็นบางครั้งคราวสำหรับใครหลายคน เเต่นั่นล่ะค่ะก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณควรมองข้าม มันก็อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของภาวะหรือโรคที่รุนเเรงขึ้นโดยเฉพาะหากคุณเกิดอาการชาบ่อยครั้งเเละรุนเเรงมากขึ้น ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบไปพบเเพทย์เพื่อหาสาเหตุที่เเท้จริงเเละทำการรักษาก่อนที่โรคหรือภาวะเเทรกซ้อนต่างๆ จะทวีความรุนเเรงมากขึ้น เพราะหากเราหาสาเหตุได้เร็วก็ย่อมทำให้การรักษาเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นไปด้วยนั่นเอง ดังนั้นหมั่นสังเกตตัวเองอยู่เสมอหากเกิดความผิดปกติเเล้วคุณรับมือได้ทัน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการที่มันจะบานปลายไปสู่ภาวะต่างๆได้……ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพอื่นๆ…คลิก > https://www.facebook.com/youhealth.info ติดตามช่อง youtube channel..คลิก > https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health