กินวิตามินอย่างไร? ให้เพียงพอต่อร่างกาย

  กินวิตามินอย่างไร? ให้เพียงพอต่อร่างกาย ไม่ป่วยก่อน เราก็คงไม่มีวันเข้าใจ… คุณเชื่ออย่างนั้นหรือเปล่าค่ะ ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันนี้หลากหลายปัจจัยมากมายที่ทำให้คนสักคนล้มป่วยไปโดยโรคซึ่งคุณก็ไม่อาจรู้มาก่อนด้วยซ้ำ หลายคนรู้ตัวก่อน ก็รักษากันไปจนหายดีได้ นี่ถือว่าเป็นลาภก้อนใหญ่เลยล่ะค่ะ ในขณะที่อีกหลายคนกว่าจะพบว่าตัวเองป่วยก็อาจยากเกินเยียวยาไปซะเเล้ว เห็นไหมล่ะค่ะว่าทุกวันนี้ เราเจ็บป่วยกันมากขึ้น บางครั้งอาการเริ่มต้นที่เราคิดว่าเป็นเเค่นิดๆ หน่อยๆ อาจทำคุณไปสู่ภาวะของโรคที่อันตรายเเล้วก็ได้สารอาหารอย่างหนึ่ง  อย่างวิตามินเองก็มีส่วนสำคัญในการช่วยป้องกันโรค หรือสุขภาพไม่ดีได้ ซึ่งก็สามารถหาทานได้ง่ายจากพืชผักผลไม้ที่มีปริมาณวิตามินเเละเกลือเเร่จำนวนมาก เเต่ลองคิดดูซิค่ะว่าหากร่างกายของคุณได้รับวิตามินเเละเกลือเเร่ไม่เพียงพอ มันอาจกำลังนำคุณไปสู่ ภาวะพร่องสุขภาพ ได้เหมือนกัน รู้จัก  “ภาวะพร่องสุขภาพ” กันหรือเปล่า มันคืออะไร ?  ภาวะพร่องสุขภาพ (Sub-optimal Health) เป็นภาวะที่ร่างกายพร่องสารอาหารบางตัว โดยเฉพาะวิตามินหรือเกลือเเร่ ตลอดจนเเร่ธาตุบางตัวก็อาจทำให้เกิดความเสื่อมของร่างกาย ซึ่งหากเราจะลดปัญหาโดยเฉพาะการพร่องวิตามิน ก็สามารถหารับประทานแหล่งอาหารที่มีวิตามินอยู่เป็นจำนวนมาก นั่นก็คือ ผักเเละผลไม้ชนิดต่างๆ ซึ่งองค์การอนามัยโลกเเนะนำให้รับประทานผักเเละผลไม้รวมกันให้ได้วันละ 400 กรัม หรือ 4 ขีดต่อวันนั่นเองค่ะ ก็จะช่วยให้เราได้รับวิตามินเเละเเร่ธาตุต่างๆอย่างเพียงพอเเต่ทราบไหมค่ะว่ากระบวนการต่างๆ ในการที่เรานำผักหรือผลไม้ไปปรุงประกอบอาหาร โดยเฉพาะเมื่อนำไปผ่านความร้อนก็ทำให้วิตามินนั่นสูญสลายไปได้ โดยเฉพาะวิตามินบีจะสูญสลายไป นอกจากนี้ในอาหารจำพวกเเช่เเข็ง กระบวนการเเช่เเข็งเองก็ยังมีส่วนทำให้วิตามินต่างๆ เกิดการสูญสลายไปได้  เช่น วิตามินซีจะสูญสลายไปประมาณ 30% เเละลองคิดดูซิค่ะเมื่อคุณนำอาหารเเช่เเข็งไปอุ่นในไมโครเวฟ วิตามินซีสูญสลายไปถึง 50%  เลยทีเดียว ดังนั้นจึงทำให้ผู้บริโภคอย่างเราได้รับสารอาหารไม่เพียงพอได้ ภาวะพร่องสุขภาพ..แก้ได้ด้วยการเพิ่ม…เเค่เสริมวิตามินให้เพียงพอ การที่เราเลือกจะใช้วิธีการเสริมวิตามินหรือเเร่ธาตุต่างๆ นั้นๆ  ในกรณีที่คุณพบว่ามีภาวะพร่องสุขภาพ หรือขาดวิตามิน  ดังนั้นควรเลือกเสริมวิตามินด้วยหลักการที่ถูกต้องด้วย เช่น การดูค่าฉลากบนผลิตภัณฑ์ระบุไว้ ที่เราเรียกว่า ค่า RDA ซึ่งค่า RDA (Recommended Dietary Allowances) ซึ่งเป็นค่าที่แสดงถึงปริมาณสารอาหารที่เเนะนำให้เราบริโภคในเเต่ละวัน หรือพูดง่ายๆ ก็คือ คนเราควรได้รับสารอาหารตัวนี้ในเเต่ละวันในปริมาณเท่าไหร่ ในเเต่ละเพศหรือในเเต่ละวัย ซึ่งล้วนเเต่มีความต้องการต่างกันออกไป  เเละอีกหนึ่งค่าก็คือ ค่า UL (Tolerable Upper Intake Level) ที่เอาไว้ใช้สังเกตสำหรับคนที่ควรจะต้องเสริม  ซึ่งเป็นการระบุเพื่อบ่งบอกเลยว่า ปริมาณสารอาหารที่เรารับประทานได้หรือวิตามินที่เราสามารถรับประทานได้ไม่ควรเกินเท่าไหร่ในเเต่ละวัน นั่นก็เพราะหากเสริมเข้าไปมากๆ ก็อาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย  อาทิเช่น ค่า UL (ค่าที่บอกปริมาณสูงสุดของสารอาหารที่เราสามารถรับได้ในเเต่วัน) ของวิตามินซี ไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน  เเต่หากได้รับมากกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตได้  ค่าวิตามินต่างๆ ก็จะมีการระบุไว้เลยว่า ไม่ควรเกินเท่าไหร่ต่อวัน ในเเต่ละวัยควรเสริมวิตามินอย่างไร? อย่างที่เราพอกล่าวไปเเล้วข้างต้นว่า ในเเต่ละช่วงวัยก็จะมีความต้องการเเร่ธาตุ หรือวิตามินต่างๆ ไม่เท่ากัน  เช่น ในวัยเด็ก จะมีการเน้นสารอาหารที่ช่วยในการเจริญเติบโตเเละส่งเสริมพัฒนาการ รวมไปถึงเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันในวัยเด็กเป็นสำคัญ  เช่น วิตามินเอ วิตามินซี สังกะสี (Zinc) ในวัยผู้ใหญ่ ก็จะเน้นไปที่เรื่องของวิตามินเเละเกลือเเร่ที่ช่วยในการบำรุงสมอง หรือช่วยในการทำงานของระบบประสาทเเละสมอง นั่นก็เพราะเป็นช่วงวัยของการทำงานนั่นเองค่ะ วิตามินเเละเกลือเเร่ที่สำคัญสำหรับวัยผู้ใหญ่ก็อย่างเช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 เเละวิตามินบี 2 เป็นต้น เเละสำหรับในวัยของผู้สูงอายุ ก็อาจเกิดภาวะพร่องฮอร์โมน เซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพลง โดยเฉพาะสิ่งสำคัญนั่นก็คือ กระดูกจะบางเเละหักได้ง่าย ดังนั้นก็อาจจะเน้นไปที่เรื่องของการเสริมเเคลเซียม วิตามินดี วิตามินเค ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ข้อเเนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมวิตามิน? อย่างที่เราทราบกันดีค่ะว่าหากคุณจะสรรหาเเหล่งอาหารที่ให้วิตามินเเละเกลือเเร่สำคัญ ก็สามารถหารับประทานได้จากผักผลไม้เป็นสำคัญ หรืออย่างวิตามินบีส่วนใหญ่เเล้วก็มาจากพวกเนื้อสัตว์ ดังนั้นหลักการง่ายๆในการเสริมสร้างวิตามินให้เพียงพอต่อร่างกาย คือการไม่ละเลยที่จะรับประทานผักผลไม้ เเละเน้นหลักการทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่  เมื่อไหร่ที่เราเกิดภาวะพร่องสุขภาพจากการขาดวิตามิน เกลือเเร่  หรือเเร่ธาตุ  จึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องมีการเสริมวิตามินต่างๆ เข้ามา เพื่อเข้าไปเติมเต็มส่วนที่ขาดร่างกายของเราก็จะมีสุขภาพสมบูรณ์เเข็งเเรงขึ้นนั่นเองล่ะค่ะ  ซึ่งในขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาถึงความพอดีเเละปริมาณต่อวันที่ควรได้รับด้วย เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อร่างกายนั่นเองค่ะ …จำไว้ว่า เมื่อมันพร่องเราก็ต้องเพิ่มค่ะ เมื่อทุกคนได้อ่านบทความเพื่อเคล็ดลับสุขภาพดีๆ จากเราไปเเล้ว เชื่อว่าจะเลือกเสริมวิตามินเพื่อความต้องการของร่างกายได้เเล้วนะคะ เพราะทางที่ดีที่สุดในการทำให้คุณไม่เกิดภาวะพร่องสุขภาพตามมาก็เห็นจะเป็น การรับประทานอาหารที่มีวิตามินเเละเกลือเเร่ให้เพียงพอในเเต่ละวัย ช่วยป้องกันภาวะพร่องสุขภาพได้เป็นอย่างดีนั่นเองค่ะ เเต่ในขณะที่ใครหลายคนอาจเกิดความคิดที่ว่าการกินอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเเร่เเร่ธาตุนั้น ดูเป็นการยากเกินไปสักหน่อย อีกหนึ่งทางเลือกที่ดี นั่นก็คือ การกินผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีวิตามินเเละเกลือเเร่รวมกันหลายชนิด เพื่อทดเเทนหรือเสริมวิตามินเเละเกลือเเร่ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายนั่นเองค่ะ ด้วยรักเเละห่วงใย…จากเรา you-health สุขภาพเเบ่งปัน ขอบคุณข้อมูล :  channel.mahidol.ac.th